หากตระกูลกูลพบว่ามีใครบางคนจากภายนอกฝึกฝนเพลิงอัคคีเก้ากงล้อของตระกูลกู่ และที่สำคัญคือสามารถฝึกฝนจนถึงระดับสูงได้ เช่นนั้นแล้วก็คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากให้ผู้นำตระกูลลงมาตรวจสอบด้วยตนเอง
“ข้าไม่ได้คิดว่าเจ้ากำลังโกหก แต่เรื่องนี้มิใช่สิ่งที่จะเชื่อได้ง่ายๆ อีกทั้งในฐานะเจ้าสำนัก ข้าย่อมต้องตรวจสอบให้แน่ใจ”
“…ขอรับ”
“โชคดีที่ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาใหญ่เกี่ยวกับวัตถุวิเศษ”
ไม่มีปัญหาอย่างนั้นหรือ…?
เขาเพิ่งจะพูดประโยคนั้นออกมา แล้วเขาตรวจสอบตั้งแต่เมื่อใดกัน…?
‘เขาตรวจสอบไปตอนไหนกัน…?’
หากจะตรวจสอบจริงๆ เขาคิดจะทำอย่างไร?
แต่ไม่ว่าวิธีนั้นจะเป็นอะไร อย่างน้อยมันก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่จะสร้างอันตรายต่อตันเถียนหรือร่างกายของข้า
ในเมื่อเซียนดอกเหมยเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการดวลสุราและต้องคืนวัตถุวิเศษให้แก่ข้า อีกทั้งสำนักฮวาซานก็เป็นหนึ่งในเก้าสำนักใหญ่ของฝ่ายธรรมะ คงไม่คิดทำสิ่งวิปริตพิสดารกับข้าแน่
และเหนือสิ่งอื่นใด—เพราะเป็นสำนักฮวาซาน ข้ายังพอเชื่อใจได้
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซียนดอกเหมยพลันดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาตบมือเสียงดัง สีหน้าสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อืม อย่างนี้ก็ดีแล้ว!”
“ขอรับ?”
หลังจากดื่มน้ำชาที่เหลือรวดเดียวจนหมด เซียนดอกเหมยก็ลุกขึ้นยืน
“เจ้าสำนัก…?”