ยองพุงมองข้าด้วยสายตาหวาดระแวง แต่ข้าตัดสินใจเมินเขาไปก่อน
ตอนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญกว่ามาก และข้าไม่มีเวลามาสนใจว่าเขาจะมองข้าอย่างไร!
[หึ! เจ้าทำเป็นไม่รู้เรื่องจริงๆ งั้นหรือ!? เจ้ากินเข้าไปจนท้องแทบแตก แล้วยังกล้าทำเป็นลืมอีกหรือ!]
ข้าขมวดคิ้วแน่น
…นี่มันพูดเรื่องอะไรกัน?
[ขนาดนี้แล้วยังจำไม่ได้อีกหรือ? เจ้าลืมไปแล้วจริงๆหรือว่าใครช่วยให้เจ้าทะลวงผ่านกำแพงขีดจำกัดของเจ้า?]
กำแพง…?
คำพูดของมันทำให้ข้านึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้
คืนก่อนที่ข้าจะทะลวงระดับสี่ดารา…
กลิ่นดอกเหมยที่อบอวลอยู่รอบตัว…
และในวันถัดมา แสงของวัตถุวิเศษที่ข้าพกไว้ดูเหมือนจะจางลง…
ข้าแทบจะเย็นวาบไปทั้งตัว—
…อย่าบอกนะว่ามันคือสิ่งนั้น!?
[ฮ่าฮ่าฮ่า! อย่างน้อยเจ้าก็ยังไม่โง่จนเกินไปนัก!]
…โอ้ สวรรค์…
[ด้วยความช่วยเหลือของข้า เจ้าสามารถก้าวข้ามกำแพงที่ปกติแล้วคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะผ่านได้! แต่กลับกล้าดูถูกข้าเช่นนี้… น่าชังนัก! เจ้าหนูนี่ช่างลำพองเกินไปแล้ว!]
ข้ารู้สึกวิงเวียนขึ้นมาทันที
…วัตถุวิเศษของสำนักฮวาซานมีคุณสมบัติแบบนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน!?
หรือว่านี่มันไม่ใช่วัตถุวิเศษที่แท้จริง—แต่เป็นสิ่งที่สิงสถิตอยู่ด้วยวิญญาณกันแน่!?
นี่มันไม่ใช่ วัตถุวิเศษแล้ว! มันคือวัตถุอาถรรพ์ชัด ๆ!
[ข้าอยู่ตรงนี้ เจ้าก็ยังกล้าพูดจาไร้มารยาทเช่นนี้… ช่างกล้าจริง ๆ!]
ข้าสูดลมหายใจลึกก่อนจะถามกลับไป