ข้าเหลือบมองอย่างระมัดระวัง แต่ดูเหมือนกระบี่สวรรค์จะไม่ได้ใส่ใจอะไร เขายังคงบังคับม้าต่อไปอย่างสงบนิ่ง
“…อะไรของเจ้า อยู่ๆ มาดมกลิ่นทำไม?”
ข้าไม่อาจพูดตรงๆ ว่าทำตัวเหมือนสุนัขได้ จึงพยายามใช้คำพูดที่ฟังดูเบาลงเล็กน้อย
วีซอลอาลูบหน้าผากของตนเอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“คุณชาย… มีกลิ่นดอกไม้”
“กลิ่นดอกไม้อะไร?”
“ข้าไม่รู้… แต่มันเป็นกลิ่นดอกไม้แน่ ๆ”
ข้าฟังแล้วก็ชี้ไปที่มุมหนึ่งของเกวียน
“ไม่ใช่ข้าหรอก คงเป็นกลิ่นจากตรงนั้น”
ที่มุมของเกวียน มีหีบไม้เล็กๆวางอยู่ นั่นคือสิ่งที่ข้าใช้เก็บ วัตถุวิเศษ ที่ข้าแบกติดตัวมาตลอด
ตั้งแต่ข้าเก็บมันไว้ในอกเสื้อ กลิ่นดอกเหมยก็ลอยฟุ้งออกมาไม่หยุด จึงต้องหาหีบมาปิดกั้นมันไว้
นอกจากช่วยให้จัดเก็บได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยป้องกันกลิ่นและแสงของมันเล็ดลอดออกมาด้วย
ถึงแม้ว่าข้าจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีกว่าการปล่อยให้วัตถุวิเศษนี้ดูดกลืนพลังของข้าไป
“…ไม่ใช่นะ ข้ายังได้กลิ่นจากท่านอยู่ดี”
ข้าเลือกที่จะเมินเสียงบ่นพึมพำของวีซอลอา
ก่อนหน้านี้ นางยังถือกล่องที่ข้าใช้เก็บวัตถุวิเศษ แล้วพูดคนเดียวกับมันอีกด้วย
ทำให้ข้าเริ่มสงสัยว่า นางอาจจะอ่อนเพลียจนมีอาการประหลาดไปเอง ข้าจึงไม่ได้ใส่ใจนัก
ข้าพอจำได้ว่าเมื่อครู่ นางพูดว่าท่านปู่ “สวัสดี ท่านเป็นใคร?”
ดูเหมือนว่าวันนี้นางจะเหนื่อยมาก ข้าเลยเลือกที่จะไม่กวน