กู่ฮุยบีหัวเราะคิกคักอย่างขบขันกับท่าทางของข้า
“ช่างน่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่กับเจ้านานกว่านี้”
จากนั้นนางก็เอามือมาขยี้หัวข้าจนยุ่งเหยิงไปหมด
ทุกครั้งที่นางเขย่าหัวข้าไปมา ข้าก็อดรู้สึกไม่ได้ว่านางช่างคล้ายกับผู้อาวุโสสองเหลือเกิน
ให้ตายสิ…ทำไมต้องไปเหมือนกับตาเฒ่านั่นด้วยนะ?
“คราวนี้ข้าคงต้องเดินทางไปนานหน่อย” กู่ฮุยบีพูดขึ้นพลางปล่อยมือจากหัวข้า “ข้าต้องไปที่แดนมารลี้ลับ”
“แดนมารลี้ลับ?”
แดนมารลี้ลับคือพื้นที่ที่ประตูอสูร มักจะเปิดขึ้นบ่อยครั้ง เป็นเขตอันตรายที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรปีศาจ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สหพันธ์ยุทธภพ ควบคุมอย่างเข้มงวด
หากเป็นตระกูลที่สังกัดฝ่ายธรรมะ พวกเขาต้องส่งหน่วยกระบี่ไปประจำการที่นั่นตามกำหนดเวลา และดูเหมือนว่าครั้งนี้ ตระกูลกู่จะส่งหน่วยกระบี่ที่ห้าไปทำภารกิจ
“ท่าทางจะลำบากน่าดู”
“ไม่นะ ข้าว่ามันคงสนุกออก! ได้ยินว่าคราวนี้มีพวกสัตว์อสูรโผล่มากมายจนควบคุมไม่อยู่เลยล่ะ…”
“…เชิญสนุกให้เต็มที่เถอะขอรับ”
ข้าห่วงนางไปทำไมให้เสียเวลา? นางรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องแบบนั้นได้ยังไงกัน?
กระบี่ฟีนิกซ์ ช่างเป็นฉายาที่เหมาะสมกับนางจริงๆ ผู้หญิงคนนี้…ช่างน่าหวาดกลัว
ขณะที่เราสนทนากัน มูยอนก็เดินเข้ามาหาข้า
“คุณชาย ทุกอย่างพร้อมแล้วขอรับ”
“จะออกเดินทางเลยหรือ?”
“ไม่ใช่ทันที แต่คงภายในหนึ่งชั่วยามข้างหน้า ผู้อาวุโสสองต้องการมอบของบางอย่างให้ก่อน…”