‘…ทำไมพวกนางถึงอยู่ที่นี่?’
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยม ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ข้าขมวดคิ้วแน่น
ข้ายังพยายามปลอบใจตัวเองเงียบๆ ว่าบางทีข้าอาจรู้สึกผิดไปเอง
แต่แน่นอนว่า มันเป็นไปไม่ได้เลย
ถังโซยอล ที่กำลังคีบอาหารอย่างระมัดระวังชะงักไปทันทีที่สบตากับข้า ราวกับกลายเป็นก้อนหินไปแล้ว
ส่วนนัมกุงบีอาที่ยังคงทำสีหน้าทื่อๆ อยู่ๆก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ คีบเส้นบะหมี่เข้าปากต่อไปอย่างหน้าตาเฉย
ที่เลวร้ายกว่านั้น… วีซอลอา
นางเดินเข้าไปนั่งข้างๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับนี่เป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก
จากนั้นก็คว้าตะเกียบขึ้นมา ร่วมโต๊ะกินบะหมี่ด้วยกันอย่างหน้าตาเฉย
‘…เอาล่ะ ใจเย็นไว้ ข้าควรเข้าใจให้มากกว่านี้’
ข้าพยายามคิดให้ดี
วีซอลอาน่ะ เป็นแบบนี้อยู่แล้ว… นางไม่เคยมีความระมัดระวังต่ออะไรเลย
นัมกุงบีอา… นางเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ตั้งแต่แรก การที่นางทำตัวเช่นนี้จึงไม่น่าแปลกใจนัก
แต่… ถังโซยอล…?
ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่?
นางนั่งอยู่ตรงนั้น ทำเหมือนเป็นหินประดับ ไม่มีทีท่าจะพูดอะไร
แต่ชัดเจนว่านางกำลังพยายามหลบสายตาของข้า
ข้ากวาดตามองนางก่อนจะเรียกขึ้น
“ถังโซยอล”
“ขะ… ขะ… ขะเจ้าค่ะ!?”
ข้าเพียงแค่เรียกชื่อ แต่ทำไมนางต้องสะดุ้งขนาดนั้น?
“ทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่?”
“คะ… แค่ผ่านมาโดยบังเอิญ…”
“บังเอิญอย่างนั้นหรือ?”
ให้ตายเถอะ