แต่โชคดีที่นางไม่ได้อยู่ที่นี่
…แต่ข้าควรจะจากไปโดยไม่บอกกล่าวเลยหรือ?
หากหายไปนานเกือบหนึ่งเดือนเต็ม นางอาจจะรู้สึกไม่ดีที่ข้าจากไปโดยไม่ล่ำลา
แต่มองสถานการณ์ตอนนี้แล้ว คงไม่มีเวลาจะไปกล่าวลาใครได้
“แต่แบบนี้มันจะไม่เร็วเกินไปหรือ? อย่างน้อยก็ควรแจ้งท่านผู้ดูแลก่อน…”
“ไม่ต้องห่วง! ข้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วออกเดินทางได้!”
ก่อนที่ข้าจะทันได้อ้าปากถามอะไรเพิ่มเติม
ปึง!
ประตูรถม้าถูกปิดลง
“เดี๋ยวสิ! การออกเดินทางแบบนี้มัน…”
ข้ายังพูดไม่ทันจบ รถม้าก็ออกตัวไปแล้ว
…และข้าได้แต่พ่นลมหายใจออกมา
ในที่สุด ข้าก็ออกเดินทางจากตระกูลกู่เสียที
◇◆
หลังจากรถม้าแล่นออกไป
ผู้อาวุโสสองที่ยืนกอดอกอยู่เพียงยิ้มบาง ก่อนจะเดินกลับไปยังจวนของกู่หยางชอน
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องโถงที่เคยว่างเปล่ากลับมีบุรุษผู้หนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เอาล่ะ มาเริ่มคุยกันเถอะ…ผู้อาวุโสเซียนกระบี่”
ผู้อาวุโสสองกล่าวขึ้น พลางหย่อนกายลงบนเก้าอี้
เบื้องหน้าของเขา คือจักรพรรดิกระบี่สวรรค์ วีฮโยกุน
แม้ใบหน้าของอีกฝ่ายมักจะฉายรอยยิ้มเมตตา แต่ในยามนี้กลับปราศจากความอ่อนโยนใดๆ
มีเพียงประกายเย็นเยียบในดวงตาของเขาเท่านั้น
“จะให้ข้าพูดถึงเรื่องใดกัน?”
จักรพรรดิกระบี่สวรรค์กล่าวเสียงเรียบ
“เหตุผลที่เจ้าสำนักถึงได้ร้องขอให้ข้าช่วยเหลือเรื่องนี้โดยเฉพาะไงเล่า”
ผู้อาวุโสสองตอบ พลางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้