นฝูงของไอ้คนขับรถแท็กซี่คันนั้น ปรากฏว่าหมอนี่เพิ่งจะเข้ามาทำอาชีพขับรถได้ไม่นานเท่าไหร่ น่าจะยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แม้แต่ใบขับขี่ของเขาก็เพิ่งจะสอบผ่านได้แค่ปีเดียวเอง”
“แล้วก่อนหน้านี้เขาทำอาชีพอะไรมาล่ะ?”
“เมื่อปี 2015 เขาเคยติดคุกอยู่ที่เรือนจำในมณฑลอื่น หลังจากพ้นโทษออกมา ข้อมูลของเขาก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปเลย ไม่มีบันทึกประวัติการทำมาหากินอะไรเลยสักอย่าง จนถึงขั้นมีข่าวลือในหมู่คนรู้จักว่าเขาตายไปแล้วด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆ ในปี 2018 เขากลับโผล่มาที่เมืองหลงอันตัวคนเดียวหน้าตาเฉย”
“ตัวคนเดียวงั้นเหรอ? แต่ตอนที่โดนสอบปากคำ เขาเพิ่งบอกไปหยกๆ ว่ามีแม่ที่ต้องคอยดูแลอยู่ที่บ้านไม่ใช่หรือไง?”
“เขาพูดแบบนั้นเหรอ? ไม่จริงอ่ะ ในทะเบียนราษฎร์ระบุชัดเจนว่าเขาไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว ตัวเขาอ้างว่าญาติๆ อาศัยอยู่ที่บ้านเกิดในชนบท แต่พอพวกเราส่งคนไปตรวจสอบ ปรากฏว่าในทะเบียนสำมะโนประชากรของหมู่บ้านนั้นไม่มีชื่อของชายที่ชื่อเฉินซื่ออยู่เลยสักคน! หมอนี่ราวกับเป็นคนที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่าเลยละคุณ”
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเฉินซื่อที่กำลังเดินลงบันไดมา หลินตงเสวี่ยจึงรีบกดตัดสายโทรศัพท์ทันควันพลางช้อนสายตามองตรงไปยังชายหนุ่ม…ในสมองของเธอเริ่มผุดข้อสงสัยขึ้นมามากมาย… สรุปแล้วไอ้หมอนี่มันมีเบื้องหลังและหัวนอนปลายเท้าอย่างไรกันแน่?
“เป็นอะไรไปฮะ?” เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางแปลกๆ ของหลินตงเสวี่ย