หลังมื้อเที่ยง หลินชิวผูเรียกทุกคนเข้าประชุมในห้องประชุมของกองปราบ เมื่อหลินตงเสวี่ยเดินมาถึง เธอเห็นสวี่เสี่ยวตงกำลังส่งสายตาแพรวพราวระริกระรี้อยู่ท่ามกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง “พวกเธอได้ยินข่าวหรือยัง? เมื่อเช้านี้กัปตันหลินโดนไอ้คนขับรถแท็กซี่ธรรมดาๆ สวนกลับจนหน้าหงายพูดไม่ออก สุดท้ายเลยต้องจำใจปล่อยตัวมันไปแบบเชื่องๆ เลยละ!”
“นายกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ฮะ?” หลินตงเสวี่ยวางปึกเอกสารในมือลงเสียงดัง
กลุ่มตำรวจหญิงต่างพากันสลายตัวทันที สวี่เสี่ยวตงส่งยิ้มแห้งๆ พลางเดินเข้ามาหา “แหม ตงเสวี่ย ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอกนะ อย่าโมโหไปเลย ฉันแค่คิดว่าไอ้หมอนั่นมันเป็น ‘ปาท่องโก๋เก่า’ [1] ที่เจนโลกสุดๆ ถ้าพวกเราไม่มีหลักฐานเด็ดมัดตัวจริงๆ มันไม่มีทางยอมรับสารภาพง่ายๆ หรอก”
“ถอยไปให้ห่างจากฉันเลยไป๊!” หลินตงเสวี่ยเอ่ยด้วยความรังเกียจ
“คุณหนูหลิน อย่าเอาอารมณ์เสียมาลงที่ฉันสิ เอาแบบนี้ไหม คืนนี้ฉันขอเลี้ยงชาบูหม้อไฟ [2] เธอเป็นการไถ่โทษดีกว่า?”
“ไปให้พ้น! ไปให้พ้น! ไปให้พ้นเลยนะ! ใครจะไปอยากกินกับนายกันฮะ?!”
ในตอนนั้นเอง หลินชิวผูเดินเข้ามาในห้อง ทุกคนจึงรีบเงียบเสียงลงทันควัน กัปตันหลินกระแอมไอไอเคลียร์ลำคอ “ตอนนี้คดีเริ่มมีเบาะแสบ้างแล้ว แต่พวกเรายังขาดแคลนวัตถุพยาน ฉันรู้ว่าทุกคนทำงานหนักในการสืบสวนคดีนี้มาตลอด แต่พวกเราจะชะล่าใจปล่อยปละละเลยตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด”
หลังจากสรุปข้อมูลที่ม