ีอยู่ในมือสั้นๆ หลินชิวภูก็เริ่มแจกจ่ายมอบหมายงานให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละนาย “เสี่ยวฉี, เสี่ยวหวัง พวกนายสองคนไปที่สำนักงานจัดการจราจร ตรวจสอบดูว่ามีรถคันไหนบ้างที่ขับผ่านจุดเกิดเหตุในคืนนั้น ส่วนเสี่ยวตงกับเหล่าหวัง พวกนายลงพื้นที่ไปสำรวจรอบๆ จุดเกิดเหตุ ฉันต้องการให้ขยายขอบเขตการควานหาพยานบุคคลเพิ่ม ส่วนคนอื่นๆ ฉันจะส่งบันทึกการสอบปากคำให้พวกเธอช่วยกันตรวจสอบดูว่า สิ่งที่เฉินซื่อพูดมาทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก”
หลินตงเสวี่ยถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง…นี่เฉินซื่อมีตาทิพย์หยั่งรู้อนาคตหรือไงกัน? แม้แต่คำพูดและขั้นตอนสั่งการยังแทบจะถอดรหัสออกมาเหมือนกันเป๊ะๆ เลย!
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยืนขึ้นถาม “กัปตันหลินครับ แสดงว่ากัปตันยังปักใจเชื่อว่าเฉินซื่อเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ใช่ไหมครับ?”
หลินชิวผูตอบกลับอย่างมั่นใจ “ฉันไม่เชื่อว่ามันจะบริสุทธิ์ผุดผ่องร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ไอ้หมอนี่น่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการทลายกำแพงคดีนี้ เบาะแสนี้พวกเราจะทิ้งไปง่ายๆ ไม่ได้เด็ดขาด!” คำพูดของหลินชิวผูเต็มไปด้วยความมั่นใจราวกับว่าไม่มีวันผิดพลาด เจ้าหน้าที่หลายคนในห้องต่างพากันพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันกับเขาอย่างเลื่อมใส
หากก่อนหน้านี้หลินตงเสวี่ยไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับเฉินซื่อเป็นการส่วนตัว เธอเองก็คงจะพยักหน้าเห็นด้วยตามน้ำไปแล้ว ทว่าตอนนี้สมองของเธอมันกลับสับสนปนเปไปหมด แม้ว่าเธอจะชอบไม้เบื่อไม้เม