ากับพี่ชายของเธออยู่เสมอ แต่เธอก็ไม่เคยปฏิเสธในเรื่องความสามารถในการทำงานของเขาเลยสักครั้ง ทว่าในวินาทีนี้ ความเชื่อมั่นนั้นกลับเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
หลินตงเสวี่ยแทบไม่ได้ยินคำพูดในช่วงครึ่งหลังของการประชุมเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งหลินชิวผูประกาศปิดการประชุม หญิงสาวจึงรีบผุดลุกขึ้นแล้วเดินเลี่ยงออกมาทันที
หลังจากก้าวพ้นห้องประชุม หลินตงเสวี่ยก็ต่อสายโทรศัพท์หาเฉินซื่อทันควัน “คุณอยู่ที่ไหน?”
“ดูท่า…สิ่งที่ผมคาดการณ์ไว้มันจะแม่นยำสินะครับ?” น้ำเสียงยี่กวนกวนขี้เล่นดังลอดมาจากปลายสาย
หลินตงเสวี่ยไม่อยากให้ไอ้หมอนี่ได้ใจจนจมูกเชิดเกินไป เธอจึงตอบปัดแบบแบ่งรับแบ่งสู้ “ก็งั้นๆ แหละ นายแค่ฟลุ๊คเดาถูกนิดหน่อยเอง”
“ฮ่าฮ่า!” เฉินซื่อหัวเราะร่า “ตอนนี้ผมอยู่ข้างนอกโรงแรมเฟิงจือหลิน เอาข้อมูลงายงานการชันสูตรพลิกศพกับรูปถ่ายในจุดเกิดเหตุมาให้ผมด้วย ผมให้เวลาคุณหนึ่งชั่วโมง”
“นี่! ฟังฉันก่อนซิ!” หลินตงเสวี่ยแผดเสียงสั่งไม่ให้อีกฝ่ายตัดสาย ทว่าสัญญาณโทรศัพท์กลับตัดฉับไปแล้ว หญิงสาวโมโหจนต้องกระทืบเท้าขัดใจอีกรอบ
เนื่องจากรายงานการชันสูตรพลิกศพมีการสั่งพิมพ์ออกมาหลายชุดเพื่อแจกจ่ายให้แก่คณะทำงาน หลินตงเสวี่ยจึงสามารถหยิบมาฉบับหนึ่งได้อย่างง่ายดาย ส่วนเรื่องรูปถ่ายในจุดเกิดเหตุ เธอจำเป็นต้องแอบย่องเข้าไปในห้องทำงานของหลินชิวผูเพื่อใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายรูปเก็บเอาไว้
หลินตงเสวี่ยโบกเรียกแท็กซี่แ