ปอีก ลองจินตนาการตามภาพนี้นะครับ… ถ้าเหยื่อโดนข่มขืนขืนใจจริง ฆาตกรจำเป็นต้องควบคุมมือและเท้าของผู้ตายให้อยู่หมัด และต้องจัดท่าทางให้เรียบร้อยก่อนจะสอดใส่ ต่อให้พวกมันจะรัดคอเหยื่อไปด้วย มันก็จำเป็นต้องรัดคอจากทางด้านหน้า ทว่ารายงานการชันสูตรกลับระบุว่าเหยื่อโดนล่วงละเมิดจากทางด้านหลัง ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าฆาตกรจะสามารถทำชุดกระบวนการเหล่านี้พร้อมๆ กันได้อย่างไร”
“มันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้ บางทีหลังจากเสร็จกิจแล้ว มันอาจจะเกิดเปลี่ยนใจกะทันหันเลยลงมือฆ่า—” หลินตงเสวี่ยตั้งสมมติฐานใบหน้าแดงก่ำ
“ผมกำลังพูดถึงเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูง (High Probability Event) ต่างหากล่ะคุณ! หากมองในแง่ของสัณฐานวิทยา อาวุธที่ใช้รัดคอเป็นเชือกที่มีความหนามาก ดูเหมือนจะเป็นเชือกกระโดด (Skipping Rope) ตามข้อสมมติฐานของคุณที่ว่าเป็นการฆ่าแกงกันในอารมณ์ชั่ววูบ การที่จะมีเชือกกระโดดมาโผล่อยู่ในจุดเกิดเหตุแบบนั้นมันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่เลยนะ”
ในระหว่างที่พูด เฉินซื่อก็ลงมือเขียนข้อคิดเห็นเพิ่มเติมของเขาลงบนเอกสาร จนแทบจะเต็มพื้นที่ว่างของกระดาษ
หลินตงเสวี่ยรู้สึกทึ่งและเลื่อมใสในตัวเขาจากใจจริง ชายคนนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่มืออาชีพในกองปราบด้วยซ้ำ แต่ทุกคำพูดที่เขาหลุดออกมาล้วนตั้งอยู่บนหลักเหตุผลและดูเฉียบคมยิ่งกว่าหลักสูตรวิชาสืบสวนคดีอาชญากรรมที่เธอเคยเข้าอบรมมาเสียอีก
“คดีข่มขืนแล้วฆ่าในมุมมองของผม