“ระดับการบำเพ็ญเพียรของเจ้ายังตื้นเขินนัก ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยข้าได้มากเท่านั้น ตั้งใจบำเพ็ญเพียรเข้าล่ะ”
เมื่อฉินหงซิ่วเห็นว่ากู้หย่วนรับฟังและจดจำคำพูดของนางไว้ในใจแล้ว นางก็ไม่คิดจะรั้งอยู่ต่อ ร่างกายของนางค่อยๆ เลือนรางลง ก่อนจะหายวับไปจากห้องฝึกยุทธ์
ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยอวลอยู่นานไม่ยอมจางหาย
ติ๊งหลิงหลิง! ติ๊งหลิงหลิง!
ในตอนนั้นเอง กระดิ่งที่หน้าประตูก็ดังขึ้นด้วยเสียงกังวานใส
เสียงนี้แฝงไว้ด้วยความรู้สึกสงบ ไม่ได้สร้างความรำคาญแต่อย่างใด เห็นได้ชัดว่ามีคนอยู่หน้าประตูห้องฝึกยุทธ์ และกำลังส่งสัญญาณถามกู้หย่วนว่าขอเข้าไปได้หรือไม่
กู้หย่วนรีบเดินไปเปิดประตู ก็พบว่าเป็นนักพรตเฮ่อหลิงที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“เชิญท่านอาจารย์ขอรับ”
กู้หย่วนรีบหลีกทาง เชิญนักพรตเฮ่อหลิงเข้ามาด้านใน แล้วเตรียมตัวจะรินน้ำชาให้
“เอาล่ะๆ เจ้าไม่ต้องลำบากหรอก”
นักพรตเฮ่อหลิงโบกมือปฏิเสธ ก่อนจะบอกจุดประสงค์ที่มา
“ที่อาจารย์มาหา ก็แค่อยากจะมาบอกเจ้าว่า…”
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงของเขาก็ชะงักไป เมื่อได้กลิ่นหอมที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ