“ข้ามักจะไม่ชอบพิธีรีตองที่ยุ่งยากน่ารำคาญ สำนักของข้าก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย ขอเพียงแค่เคารพอาจารย์และให้ความสำคัญกับเต๋าก็พอ ส่วนพวกงานเลี้ยงรับศิษย์ หรือพิธีกราบอาจารย์อะไรที่น่าเบื่อพวกนั้นก็ยกเว้นไปเถอะ”
ในเมื่อรับกู้หย่วนเป็นศิษย์แล้ว ทัศนคติของนักพรตเฮ่อหลิงก็เปลี่ยนไปอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อนึกถึงเพลงกระบี่ของกู้หย่วน เขาก็ครุ่นคิด
“จากเพลงกระบี่ที่เจ้าเรียนมา ข้าเดาว่าน่าจะเป็นเคล็ดกระบี่คร่าวิญญาณซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงกระบี่พื้นฐานของสำนักกระบี่เสวียนเทียน สายสืบทอดเซียนกระบี่ยุคโบราณ เพลงกระบี่นี้มีพลานุภาพไม่เลว แม้จะดูสุดโต่งไปบ้าง แต่สำหรับเจ้าแล้วก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค เหมาะแก่การปูรากฐานเป็นอย่างยิ่ง”
“ทว่า ตอนนี้เจ้าก็มาถึงจุดที่กำลังจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเทียนเหรินแล้ว จำเป็นต้องมีเคล็ดกระบี่ในขั้นต่อไป”
ขณะที่พูด นักพรตเฮ่อหลิงก็หยิบของสองสิ่งออกมาจากถุงเก็บของ แล้วยื่นให้กู้หย่วน
ของสองสิ่งนั้น ชิ้นหนึ่งคือแผ่นหินสีเทาขาว วัสดุดูเหมือนจะเป็นเพียงหินภูเขาธรรมดาๆ ไม่เห็นความพิเศษอันใด