คนผู้นี้หน้าตาพอดูได้ เสื้อผ้าหรูหรา ทว่าสายตาที่แอบชำเลืองมองของในมือชายหนุ่มหน้าซื่อเป็นระยะๆ กลับแฝงไว้ด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
ในเวลานี้ ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันอย่างไม่ลดละ
ชายหนุ่มหน้าซื่อหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ เถียงคอเป็นเอ็น
“ข้าไม่ใช่ขโมย! เป็นเจ้าต่างหากที่หมายปองของของข้า ถึงได้มาใส่ร้ายป้ายสีข้าเช่นนี้!”
ชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมแค่นเสียงเย็น กางมือทั้งสองข้างออก
“ไอ้หนู เจ้าก็เห็นอยู่ ลำพังแค่เสื้อผ้าที่ข้าใส่อยู่เนี่ย ก็มากพอที่จะซื้อชีวิตเจ้าได้แล้ว! ข้าไม่ได้ขัดสนเงินทอง แล้วมีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาปรักปรำเจ้าโดยไร้สาเหตุ?”
“ในทางกลับกัน ก้อนหินในมือเจ้าก้อนนั้นต่างหากล่ะ ที่เป็นของล้ำค่าที่ข้าเก็บสะสมมานานปี มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย มูลค่านับร้อยตำลึงเงิน เจ้าบอกว่าข้าใส่ร้ายเจ้า งั้นเจ้าก็อธิบายมาสิว่า ไอ้ยาจกอย่างเจ้า ไปเอาของล้ำค่าแบบนี้มาจากไหน?”
“แน่นอน หากเจ้าคิดว่าข้าปรักปรำเจ้า งั้นเราก็ให้ทุกคนที่นี่ช่วยตัดสินกันดีไหมล่ะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหม ผู้คนในกลุ่มไทยมุงต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย