เมื่อเห็นเช่นนั้น เปลือกตาของนักพรตเป่าฉานก็กระตุกวาบ นึกถึงนิสัยของอีกฝ่ายขึ้นมาได้ จึงรู้ตัวว่าท่าไม่ดี รีบส่งเสียงร้องห้าม
“เฮ่อหลิง เดี๋ยวก่อน!”
ทว่าเขาเอ่ยปากช้าไปเสียแล้ว ประกายกระบี่จางๆ สายหนึ่งถูกนักพรตเฮ้อหลิงใช้นิ้วดีดออกไป
วินาทีต่อมา…
พรวด!
เว่ยชวนที่ยืนอยู่ด้านข้างพร้อมกับรอยยิ้มดีใจบนใบหน้า ร่างทั้งร่างพลันระเบิดแหลกเป็นชิ้นๆ โดยที่ไม่ทันได้ตอบสนองใดๆ ด้วยซ้ำ
เมื่อมองดูเศษเนื้อที่เกลื่อนกลาดเต็มพื้น นักพรตเป่าฉานก็โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม สีหน้าเขียวคล้ำ นิ้วมือสั้นป้อมชี้หน้านักพรตเฮ้อหลิง
“เฮ่อหลิง ฆ่าคนต่อหน้าข้า… เจ้าหมายความว่าอย่างไร?!”
การสังหารศิษย์นิกายกู่เสินต่อหน้าต่อตาเขาเช่นนี้ นี่ไม่ใช่แค่การไม่ไว้หน้า แต่เป็นการตบหน้าเขากลางสี่แยกชัดๆ!
นักพรตเฮ้อหลิงปรายตามองมันแวบหนึ่ง
“คางคกเฒ่า เจ้าควรจะดีใจนะที่ตอนนี้ข้าอารมณ์เย็นลงมากแล้ว มิเช่นนั้น ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งไปด้วยอีกคน!”
“ช่างกล้าพูดนักนะ!”
นักพรตเป่าฉานโกรธจัดจนหัวเราะร่วน
“แม้แต่ข้าก็ยังกล้าฆ่า เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? เจ้ากับข้าก็ไม่ได้ประลองฝีมือกันมาหลายสิบปีแล้ว ไม่สู้มาทดสอบฝีมือกันเดี๋ยวนี้เลยเป็นไง?”