“ช่างเถอะ”
นักพรตเฮ้อหลิงปรือตาขึ้นเล็กน้อย เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“สู้กับเจ้ามันไม่มีอะไรน่าสนุก ทว่าหากเจ้ายอมยืนนิ่งๆ ให้ข้าฟันสักกระบี่ก่อน ข้าก็พอจะประลองกับเจ้าได้อยู่”
“หึ!”
เปลือกตาของนักพรตเป่าฉานกระตุกวาบ โทสะในใจกลับมลายหายไปหลายส่วน
“ยืนนิ่งๆ ให้เจ้าฟันสักกระบี่รึ? เห็นชายชราเป็นไอ้โง่หรืออย่างไร?!”
เพลงกระบี่ของนักพรตเฮ้อหลิงนั้นล้ำเลิศไร้เทียมทาน ความคมกริบของมัน ต่อให้เป็นเขาก็ยังต้องหวาดหวั่น อีกทั้งเจ้านี่ยังลงมืออำมหิตมาแต่ไหนแต่ไร หากไม่ลงมือก็แล้วไป แต่หากได้ลงมือเมื่อใดเป็นต้องได้เห็นเลือด ไม่ใช่คนที่ควรไปตอแยด้วยง่ายๆ
เว่ยชวนก็เป็นแค่ศิษย์สายนอกกระจอกๆ คนหนึ่ง ตายแล้วก็ตายไปเถอะ สำหรับเขาแล้วไม่ได้สลักสำคัญอะไร อย่างมากก็แค่เสียหน้าไปบ้างเท่านั้น
นักพรตเป่าฉานไม่รั้งอยู่อีกต่อไป ร่างแปรเปลี่ยนเป็นแสงหลบหนี หายลับไปสุดขอบฟ้า เหลือเพียงน้ำเสียงที่ลอยแว่วมาแต่ไกล ดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสาม
“เฮ่อหลิง บัญชีแค้นครานี้ชายชราจะจดจำไว้ คราวหน้า ชายชราจะมาคิดบัญชีกับเจ้าให้สาสม!”