กู้หย่วนล้วงเอาป้ายหยกสีขาวชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วออกแรงบีบที่นิ้วมือเล็กน้อย
แกรก!
ป้ายหยกถูกเขาบีบจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
จากนั้น เขาก็ปล่อยให้อาอู๋เลื้อยจากไป ส่วนตัวเองก็คอยลบร่องรอยบางอย่างที่เจ้าตัวเล็กทั้งสองทิ้งไว้ แล้วจึงหยุดยืนรอคอยอย่างเงียบๆ อยู่กับที่
ผ่านไปราวๆ หนึ่งก้านธูป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างกายเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ไอ้หนู เฒ่าประหลาดเสวียนโยวอยู่ที่ไหน?!”
กู้หย่วนหันขวับไปมอง ก็พบกับชายชราหลังค่อมเล็กน้อย ร่างกายผอมแห้ง ผมขาวโพลนเต็มหัว ปรากฏตัวขึ้นอยู่ข้างๆ
เป็นเฒ่าเฉินนั่นเอง ตาเฒ่าผู้นี้มีร่องรอยการไปมาที่ลึกลับยากหยั่งถึง ไม่นึกเลยว่าจะตามมาถึงที่นี่ได้รวดเร็วปานนี้!
“พูดตามตรง ตอนนี้ข้าเองก็ยังไม่รู้”
กู้หย่วนส่ายหน้า ไม่รอให้เฒ่าเฉินได้ถลึงตาใส่ เขาก็พูดต่อทันที
“แต่ท่านผู้เฒ่าอย่าเพิ่งใจร้อน ข้าพอจะสืบหาร่องรอยของเฒ่าประหลาดนั่นพบแล้ว! เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ก่อนหน้านี้ท่านให้ข้ารับภารกิจมาไม่ใช่หรือ ช่วงหลายวันมานี้ข้าก็เลยลอบจับตาดูจวนตระกูลเฉียนมาตลอด แล้ววันนี้ข้าก็บังเอิญพบว่า…”
กู้หย่วนไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟังรอบหนึ่ง
ในระหว่างที่เล่า เขาจงใจข้ามเรื่องของสัตว์วิญญาณอย่างอาหวงและอาอู๋ไปเสียสนิท พร้อมกันนั้นก็ถือโอกาสบอกเล่าข้อสันนิษฐานของตัวเองไปด้วย เช่นว่า เฉียนอวิ๋นเฟิงน่าจะเป็นศิษย์ที่เฒ่าประหลาดเสว