อีก”
“ทว่า เคล็ดวิชาในการเซ่นสรวงหลอมมารกระดูกขาวนั้น มีแพร่หลายอยู่ภายนอกไม่น้อย ส่วนเคล็ดวิชาขั้นต่อไปในการหลอมมารหยินกระดูกขาว, มารเทพวัชระ, หรือมารฟ้ากระดูกขาวสิบสองนักษัตร ล้วนเป็นแก่นแท้ความลับสุดยอดที่สำนักมารกระดูกขาวไม่เคยเปิดเผยให้คนนอกรับรู้ เขาไม่มีทางล่วงรู้ได้อย่างเด็ดขาด…”
เฒ่าเฉินเองก็เริ่มรู้สึกสงสัยและไม่เข้าใจขึ้นมา
“แล้วเหตุใด เขาถึงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ วางแผนมาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน เพื่อเซ่นสรวงหลอมมารกระดูกขาวร่างนี้ขึ้นมาด้วย?”
“มารกระดูกขาวร่างนี้ แม้จะควบคุมได้อย่างเหมาะสมจนมีพลังเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับเซียนเทียนคนหนึ่ง แต่มันก็ไม่คุ้มค่าให้เขาต้องทำถึงขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่า เป้าหมายของเขาจะไม่ได้อยู่ที่มารกระดูกขาว แต่อาจมีเหตุผลอื่นแอบแฝง เดี๋ยวก่อน หรือว่า…”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของเฒ่าเฉินก็เบิกกว้างขึ้นฉับพลัน ราวกับคิดอะไรบางอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาตบไหล่กู้หย่วนฉาดใหญ่
“ไอ้หนูกู้ เจ้าทำได้ดีมาก! ตาเฒ่าอย่างข้าหาคนไม่ผิดจริงๆ!”
“พวกเราไปกันเถอะ ค่อยคุยกันระหว่างทาง!”
กู้หย่วนชะงักไปครู่หนึ่ง
“ไปไหน?”
“เลิกพูดมากได้แล้ว! ก็ไปหาเฒ่าประหลาดเสวียนโยวสิฟะ!”
เฒ่าเฉินสะบัดมือคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของกู้หย่วน แล้วกระชากอย่างแรง
“อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่า ตะขาบปีศาจที่เจ้าเลี้ยงไว้กำลังสะกดรอยตามมารกระดูกขาวร่างนั้นอยู่ ต่อให้เจ้าจะจงใจลบร่องรอยของมันทิ้งไป แต่ย