ม่ยอมรับเงื่อนไขของเขา
ตามเสียงเรียกของเขา ชายคนหนึ่งที่มีจมูกเบี้ยวเล็กน้อยก้าวออกมาจากพื้นที่เตรียมตัวเขากำลังยิ้มสดใส ดวงตากวาดมองไปรอบๆ ราวกับกำลังบอกฝูงชนว่าเขาคือคนที่โชคดีที่สุดในตอนนี้
ลานประลองมีขนาดเกือบเท่าสนามฟุตบอลมันยังปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียว
“นายรู้ไหมว่ามีคนอิจฉานายกี่คน?พวกเราต่อสู้มาอย่างหนักเพื่อจะได้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นแต่นายกลับได้มันมาด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมทางคำพูดน่าเสียดายที่ทรัพยากรที่นายได้รับในแต่ละเดือนสามารถถูกเอาไปได้เมื่อนายแพ้การดวลตอนนี้ มอบทรัพยากรที่ไม่ใช่ของนายคืนมานายอาจจะประหยัดค่ารักษาพยาบาลไปได้บ้าง” จางโหย่วเหอกล่าว
เว่ยหรงเหลือบมองนักเรียนทั้งสองคนบนลานประลองและกล่าวว่า “โม่ฟ่าน เพื่อให้นายรู้ไว้ จางโหย่วเหอ ซึ่งอยู่อันดับที่เจ็ดร้อยสามสิบหก อาจจะเป็นหนึ่งในนักเรียนขยะที่นายพูดถึงก่อนหน้านี้ถ้านายแม้แต่เขาคนนี้ยังเอาชนะไม่ได้ งั้นนายก็ต้องยอมรับเงื่อนไขของฉัน หรือไม่ก็ออกจากโรงเรียนธาตุไฟไปเองฉันยอมรับว่าอาจจะมีขยะอยู่ในโรงเรียนธาตุไฟของฉันบ้าง แต่มันไม่ต้อนรับนักเรียนที่ทั้งไร้ประโยชน์และไร้ยางอายในเวลาเดียวกันอย่างนาย”
โม่ฟ่านหันไปทางเว่ยหรงที่กำลังยั่วยุเขาด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์เว่ย พูดแบบนั้นเร็วไปหน่อยไหมครับ?”
เว่ยหรงตอบด้วยรอยยิ้มเยาะอย่างเย็นชา
โม่ฟ่านหันความสนใจกลับไปที่คู่ต่อสู้ของเขา จางโหย่วเหอ
คู่ต่อสู้ของเขาอยู่อันดับที่เจ็ดร้อยสามสิ