โม่ฟ่านฉลาดพอที่จะรู้ว่าเหลิ่งชิงกำลังบอกใบ้อะไรบางอย่างเขาจึงลดเสียงลงและถามว่า “พี่สาวครับ พี่รู้เรื่องอะไรหรือเปล่า”
“คนของฉันเข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้ และฉันก็ใช้เวลาสืบสวนตัวตนของศพสองศพแรกที่พบหลังจากงูปรากฏตัวในเมืองด้วยฉันไม่พบอะไรที่เป็นประโยชน์ แต่ตอนนี้มีบางคนดูน่าสงสัยมาก”เหลิ่งชิงค่อนข้างสูงและตอนนี้เธอกำลังจ้องมองด้วยสายตาที่เฉียบคมออร่าของเธอแตกต่างจากผู้หญิงที่มีบุคลิกเย็นชาทั่วไปโชคดีที่เธอเป็นพี่สาวของหลิงหลิง ไม่อย่างนั้นโม่ฟ่านคงไม่เข้าใกล้ผู้หญิงแบบเธอแน่ๆ
“พี่สาวครับ พี่สงสัยเรื่อง…โรคระบาดหรือเปล่า”โม่ฟ่านสังเกตเห็นบางอย่างจากน้ำเสียงของเหลิ่งชิง
“เธออยากช่วยงูตัวนั้นไหม” เหลิ่งชิงถาม
ทั้งหลี่เทียนและเหลิ่งชิงต่างก็เอนเอียงไปทางผู้พิทักษ์โทเท็มพวกเขาได้ถามคุณลู่ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมแพทย์แล้วเขาบอกว่าแม้เลือดของงูยักษ์เทวะจะสามารถต้านทานไวรัสได้แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะรักษาโรคได้นั่นหมายความว่างูยักษ์เทวะไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริงของโรคระบาดนอกจากนี้ เมืองไป๋ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเมื่อเกิดการระบาดขึ้นแต่งูยักษ์เทวะพักอยู่ที่ทะเลสาบซีหูก่อนหน้านั้นถ้าเขาเป็นสาเหตุของโรคระบาด การระบาดที่ร้ายแรงที่สุดน่าจะเกิดขึ้นกับผู้คนที่อยู่ใกล้ทะเลสาบมากกว่าผู้อาวุโสแห่งศาลเวทมนตร์หลี่เทียนและเหลิ่งชิงต่างก็กำลังสืบสวนเหตุการณ์นี้พวกเขาได้รับเบาะแสบางอย่าง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า