ื่อให้โม่ฟ่านและจางเสี่ยวโหวกลับมาเป็นปกติ เธอมองดูชายหนุ่มที่เกือบตายทั้งสองคนแล้วหัวเราะคิกคัก “นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้เจอวัยรุ่นที่กล้าเสี่ยงชีวิตขนาดนี้”
หลี่หม่านประทับใจในความกล้าหาญของทั้งสองคนจริงๆ ปกติแล้วใครก็ตามที่ได้ยินคำว่า “ระดับผู้บัญชาการ” หน้าก็จะซีดเผือดและจะอยู่ให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องพูดถึงการริเริ่มไปยั่วยุพวกมัน!
แต่ละคนรับผิดชอบในการล่อสัตว์อสูรระดับผู้บัญชาการ และสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดคือ พวกเขาหนีรอดมาได้โดยไม่เป็นอะไรเลย!
“พี่ฟ่าน ครั้งหน้าให้ผมรับผิดชอบระเบิดรูได้ไหมครับ?” จางเสี่ยวโหวโพล่งออกมาอย่างมึนงง
“นายอยากให้มีครั้งหน้าจริงๆ เหรอ?” โม่ฟ่านถามด้วยน้ำเสียงคล้ายกัน
จางเสี่ยวโหวส่ายหัวอย่างแรง!
โม่ฟ่านไม่เคยอยากหาเรื่องกับสัตว์อสูรระดับผู้บัญชาการเลยถ้าไม่ใช่เพราะเขาต้องการเศษวิญญาณของมันอย่างยิ่งยวด
เพดานถ้ำใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนชั้นหินที่เปราะบางจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
สัตว์อสูรยักษ์ทั้งสองตัวเริ่มต่อสู้กัน การสั่นสะเทือนที่ไม่หยุดหย่อนคือข้อบ่งชี้ที่ดีที่สุด
“เราควรขึ้นไปข้างบนไหม?” จางเสี่ยวโหวถามหลังจากพักผ่อนเสร็จ
“สัตว์อสูรระดับผู้บัญชาการไม่ตายง่ายๆ หรอก การต่อสู้จะใช้เวลาหลายวันกว่าจะจบ… ว่าแต่ หลี่หม่าน เธอไม่ได้พูดถึงเมล็ดพันธุ์วิญญาณธาตุดินเหรอ?” โม่ฟ่านถาม
“อืม อยู่ทางนั้น เสียดายที่เราไม่ได้นำเครื่องมือเก็บเกี