“เขาก็มีแผนการอันชาญฉลาดของเขาเองนั่นแหละ” โม่ฟ่านยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ฉันว่าคงเป็นเพราะสองที่นั้นไม่มีสัตว์อสูรอยู่ใกล้ๆ เยอะมั้ง” เสิ่นหมิงเซียวพูด
ลั่วซงพยักหน้าเห็นด้วยทันที “ไม่มีอะไรน่าประทับใจเลย”
“อย่าคิดว่าคนอื่นจะเหมือนแกนะ ไอ้พวกไร้ประโยชน์” โม่ฟ่านพูดอย่างไม่ไว้หน้า
เหลียวหมิงซวนรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า น้ำเสียงของเขาเย็นชาขึ้นมาทันที “แกกำลังจะบอกว่าพวกเราเป็นไอ้พวกไร้ประโยชน์งั้นเหรอ? อย่าคิดว่าตัวเองเก่งแค่เพราะมีพลังสองธาตุติดตัวมาแต่เกิดนะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ โม่ฟ่าน แกมันก็แค่ขยะที่โชคดีกว่าคนอื่นนิดหน่อยเท่านั้นแหละ! แกจะไม่มีทางโชคดีตลอดไปหรอก! สักวันแกจะต้องไม่เหลืออะไรเลย!”
โม่ฟ่านเงยหน้าขึ้นมองเหลียวหมิงซวนด้วยรอยยิ้มครึ่งๆ กลางๆ
ในที่สุดเหลียวหมิงซวนก็พ่นความคิดของตัวเองออกมาจนได้ ปัญหาคือ เขาไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าได้แสดงความอิจฉาโม่ฟ่านออกมาอย่างชัดเจนขนาดไหน?
“ถ้าอยากมีเรื่องก็เข้ามาได้เลย อย่าเอาแต่เห่าอยู่ตรงนั้นเหมือนหมา!” โม่ฟ่านตอบกลับ
“แกคิดว่าฉันกลัวแกงั้นเหรอ!?” เหลียวหมิงซวนโกรธจัด
กลิ่นอายความขัดแย้งระหว่างทั้งสองคนพลันรุนแรงขึ้นมาทันที คนอื่นๆ ไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะบานปลายเร็วขนาดนี้
มู่หนู่เจียวรีบเดินเข้าไปหาโม่ฟ่านแล้วดึงเขากลับมา “ไม่ต้องโกรธขนาดนั้นก็ได้ เราควรจะตั้งใจทำภารกิจนะ เรื่องนี้ค่อยไปสะสางกันตอนกลับไปก็ได้”
“มาสิ เราไปตัดสินกันข้างนอก! ใ