ครแพ้ก็ไสหัวกลับโรงเรียนไปซะเดี๋ยวนี้!” เหลียวหมิงซวนโกรธจนแทบคลั่ง
“เอาสิ” โม่ฟ่านไม่เคยชอบคนปากร้ายหรือนิสัยแย่ๆ พวกนี้สมควรได้รับการสั่งสอน ไม่ว่ายังไง ไป๋ถิงถิงก็สามารถรักษาบาดแผลให้เขาได้อยู่แล้ว
“พวกนายพอได้แล้วหรือยัง?” ลู่เจิ้งเหอตะโกน เสียงของเขาดังก้องไปทั่วโบสถ์
ลู่เจิ้งเหอเดินเข้าไปหาเหลียวหมิงซวนเพื่อดึงเขาออกไป
เหลียวหมิงซวนสะบัดมือของลู่เจิ้งเหอออก แล้วชี้หน้าเขาพร้อมกับด่าว่า “แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เป็นหัวหน้าตรงนี้เหรอ? เป็นหัวหน้าทีมที่คอยออกคำสั่งทุกคนงั้นเหรอ? คิดว่าตัวเองเก่งแค่เพราะพี่ชายเป็นผู้บัญชาการงั้นเหรอ? ทำตัวเป็นคนใหญ่คนโตในสถาบันจักรพรรดิ ทำไมเรื่องที่ฉันจะดวลกับใครมันถึงเป็นธุระของแกด้วย? คอยประจบประแจงมู่หนิงเสวี่ยเหมือนลูกน้อง แต่กลับทำตัวเป็นหัวหน้ากับคนอื่น!”
ทุกคนในกลุ่มเงียบกริบเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น
สีหน้าของลู่เจิ้งเหอเปลี่ยนไปหลายสี เขาพยายามจะทำให้สถานการณ์สงบลง แต่ไม่คาดคิดว่าเหลียวหมิงซวนจะบ้าคลั่งถึงขนาดด่าเขาด้วย!
ยิ่งไปกว่านั้น ประโยคสุดท้ายเหมือนตอกตะปูลงไปตรงๆ ทำให้ลู่เจิ้งเหอตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด
“แกก็บ้าไปแล้วเหมือนกันเหรอ? อยากให้ฉันมัดแกไว้ไหม?” ลู่เจิ้งเหอโกรธจัด
“ทำสิ หมิงฉงยังมีลูกบ้าที่จะบังคับขืนใจผู้หญิงที่เขาชอบเลย แล้วแกเป็นไง? แม้แต่จะผายลมต่อหน้ามู่หนิงเสวี่ยแกยังไม่กล้าเลย ตระกูลลู่ผู้โด่งดังมีคนขี้ขลาดอย่