ุกตลกฝืดๆ ออกมาบ้าง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้รู้สึกเหมือนกลุ่มแยกออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ของตัวเอง คนที่สนิทกันก็จะนั่งรวมกลุ่มกัน
โม่ฟ่านและจ้าวหม่านเหยียนนั่งอยู่ด้วยกัน จ้าวหม่านเหยียนถามโม่ฟ่านอย่างสงสัยว่าเขาไปทำให้ไป๋ถิงถิงไว้ใจได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่แม้แต่ตัวโม่ฟ่านเองก็ยังงง
การพูดคุยดำเนินไปเพียงครู่เดียว เมื่อมู่หนิงเสวี่ยเดินเข้ามาหาพวกเขาและมองจ้าวหม่านเหยียนด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันมามองโม่ฟ่าน
จ้าวหม่านเหยียนเป็นคนมีไหวพริบ เขายิ้มแล้วพูดว่า “พวกนายคุยกันไปนะ ฉันจะไปดูอาการบาดเจ็บของซ่งเซี่ยหน่อย”
โม่ฟ่านก็งงเหมือนกัน เขามองมู่หนิงเสวี่ยด้วยสีหน้างุนงง
มู่หนิงเสวี่ยสวยงามจริงๆ เขาไม่มีวันเบื่อที่จะมองใบหน้าที่สมบูรณ์แบบของเธอ ไม่ต้องพูดถึงผมสีเงินขาวที่ปลิวไสวไปตามลม ภาพนั้นบรรยายได้คำเดียวว่าสง่างาม
“นายเจออะไรบ้างไหม?” มู่หนิงเสวี่ยเป็นคนแรกที่พูด ดวงตาของเธอเปล่งประกายขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในความคิด
“เจออะไรเหรอ?” โม่ฟ่านงงสนิท
“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง” มู่หนิงเสวี่ยพูด
“ไม่เชิงหรอก ทุกคนก็มีด้านมืดของตัวเองนั่นแหละ หมิงฉงมันก็หื่นกามอยู่แล้ว พอเจอความกดดันก็เลยเผยธาตุแท้ออกมา ส่วนเหลียวหมิงซวนก็เป็นคนใจแคบ เห็นคนอื่นได้ดีก็อิจฉาตลอด เขาก็แค่พูดความคิดจริงๆ ของตัวเองออกมาเท่านั้นเอง” โม่ฟ่านเอามือประสานไว้หลังศีรษะ
“มีคนอื่นที่ทำตัวไม่ปกติด้วยเหมือนกัน” มู่หนิงเสวี่ยพูด
“ไป๋ถิงถิง