กพวกเขาเพียงแค่อยู่ในเขตปลอดภัยและนั่งสมาธิทุกวัน ประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากการต่อสู้ต่างหากที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เธอเชื่อว่าหากเธอจากไปตอนนี้ มันจะยากขึ้นมากสำหรับเธอที่จะรวบรวมความกล้าเพื่อเอาชนะความยากลำบากที่เธอจะต้องเผชิญในอนาคต
“ในเมื่อมู่หนิงเสวี่ยตัดสินใจอยู่ต่อ ไม่มีทางที่ฉันจะไปเหมือนกัน” เหลียวหมิงเซวียนกล่าว
มู่หนิงเสวี่ยและมู่หนูเจียวต่างก็เป็นผู้หญิง หากพวกเธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะอยู่ต่อและทำภารกิจให้สำเร็จ ผู้ชายก็จะรู้สึกละอายใจหากตัดสินใจถอยหนีตอนนี้
อย่างไรก็ตาม เหลียวหมิงเซวียน เสิ่นหมิงเซียว และหมิงฉง ยังคงเป็นปฏิปักษ์ต่อโม่ฟ่าน พวกเขายังคงกล่าวหาว่าเขาทำให้พวกเขาตกอยู่ในอันตราย
“โม่ฟ่าน ต่อจากนี้ไปนายหุบปากไปเลยดีกว่า ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้อำนวยการสถาบันไข่มุกถึงปล่อยให้คนขี้ขลาดเช่นนี้มาเป็นตัวแทนสถาบันในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน” เหลียวหมิงเซวียนพูดอย่างหยาบคาย
หมิงฉงพยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าไม่ใช่เพราะอุปกรณ์เวทมนตร์สังหารของฉัน พวกเราคงไม่มีทางรอดออกมาได้ครบสามสิบสอง”
โม่ฟ่านเดินเข้าไปหาพวกเขาและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ถ้าพวกคุณอยากมีเรื่อง ก็เข้ามาเลย ฉันจะจัดการพวกคุณทั้งสองคนพร้อมกัน ฉันจะทำให้พวกคุณทั้งคู่กลายเป็นคนพิการ จะได้เอาไปเป็นข้ออ้างในการถอยหนีได้”
ในสายตาของโม่ฟ่าน ไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลากับไอ้โง่สองคนนี้
อย่ามาหงอเชียวล่ะ ถ้าคิดจะหาเรื่อง!
“พอได้แ