“โอ๊ะ อาหย่วนไปตัดฟืนมาเรอะ?”
“ได้ข่าวว่าเจ้าเจ็บหนักอยู่นี่ ระวังตัวหน่อยล่ะ!”
ระหว่างที่กู้หย่วนแบกฟืนกลับมายังหมู่บ้านสกุลกู้ ก็บังเอิญพบปะกับเพื่อนบ้านที่เอ่ยทักทาย เขาจึงส่งยิ้มตอบรับพลางสาวเท้าเดินกลับบ้าน
ชาวบ้านหลายคนมองตามแผ่นหลังของกู้หย่วน ต่างก็ลอบถอนหายใจและนึกทึ่งในความดวงแข็งของเด็กหนุ่มคนนี้
“ได้ยินมาว่าเพื่อจะรักษาแผลให้อาหย่วน ตาเฒ่ากู้ถึงกับต้องเอาเสบียงสำหรับหน้าหนาวของที่บ้านไปขายจนหมดเลยนี่?”
“ใช่แล้วล่ะ!”
“ดูท่าหน้าหนาวปีนี้ ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกนั่นคงจะอยู่กันลำบากน่าดู!”
“เฮ้อ ยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ บ้านไหนๆ ก็อยู่ยากทั้งนั้นแหละ ขนาดบ้านเศรษฐียังแทบจะไม่มีข้าวเหลือเก็บเลย…”
ห่างออกไปไม่ไกลนัก ต่งกุ้ยกับซุนเอ้อก็กำลังลอบสังเกตกู้หย่วนพลางกระซิบกระซาบกัน
“ไอ้เด็กนั่นมันไปตัดฟืนมาจริงๆ ด้วย”
“หึ! โง่บัดซบจริงๆ ข้าวจะกินยังไม่มี ดันเสือกไปตัดฟืน แทนที่จะไปรับจ้างหาเงิน… ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป มีหวังได้อดตายเข้าสักวัน!”
“ช่างหัวมันเถอะน่า เดี๋ยวเราเข้าตลาดไปซื้อเนื้อตุ๋นสักครึ่งชั่ง คืนนี้พี่น้องอย่างเรามาก๊งเหล้ากันดีกว่า!”