ิ่งอย่างยิ่ง
เซียวเฟิ่งอู่นึกถึงเรื่องของเซียวเหยียนกับเซียวจ้านเฉิง สีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เจ้าจะตัดขาดกับตระกูลโดยสิ้นเชิงจริงๆ รึ สายเลือดมิอาจตัดขาดได้นะ!”
“ไม่มีสิ่งใดที่ตัดขาดไม่ได้” แววตาของเซียวเหยียนกลับหรี่ลง ในคำพูดก็เจือไอเย็นอยู่หลายส่วน “บางทีอาจจะเป็นเพราะกระบี่ของท่านยังไม่คมพอ”
เซียวเฟิ่งอู่ฟังออกถึงหนามในคำพูดของเซียวเหยียน นางเลิกคิ้วแต่ไม่ได้เอาเรื่องกับเขา
นางรู้ดีว่าเด็กคนนี้เพิ่งจะหนีออกจากบ้าน ส่วนใหญ่คงจะยังมีความขุ่นเคืองอยู่ในใจอย่างมาก
“แต่ว่า เจ้าคิดว่าการบันทึกเคล็ดวิชาลงมา จะถือว่าเป็นการคืนแล้วรึ?” เซียวเฟิ่งอู่กล่าว
เซียวเหยียนกล่าวอย่างเรียบเฉย “เคล็ดวิชาที่ข้าคืนให้ ล้วนแต่เป็นฉบับขั้นสูงกว่า ย่อมเพียงพอที่จะชดเชยได้แล้ว”
ถูกต้อง เขาตั้งใจจะนำเคล็ดวิชาเหล่านั้นที่ตนเองบรรลุถึงระดับลึกซึ้งมาเขียนลงทั้งหมดเพื่อคืนให้ตระกูลเซียว ถึงแม้บัญชีนี้เมื่อคำนวณดูแล้ว ตระกูลเซียวจะกำไรมหาศาล แต่เขากลับขี้เกียจจะไปต่อความยาวสาวความยืดอีก
สามารถตัดขาดได้ก็พอแล้ว
“โอ้?” เซียวเฟิ่งอู่ประหลาดใจ ถาม “เจ้าฝึกฝนไปกี่แขนง?”
การขัดเกลาเคล็ดวิชาให้ก้าวหน้า นี่ต้องใช้พละกำลังใจและเลือดเนื้ออย่างมหาศาล หากเป็นเคล็ดวิชาหนึ่งถึงสองแขนงยังพอ