่าเกิดอะไรขึ้น”
“เป็นเด็กผู้หญิงจากห้องข้างๆ หนู ชื่อหลินยุนเอ๋อร์ วันที่เธอหายตัวไป หนูก็อยู่ที่ห้องสมุดด้วย เธอบอกหนูด้วยว่าจะกลับไปที่หอพัก แต่หลังจากนั้นหนูก็ไม่เห็นเธออีกเลย กล้องวงจรปิดในโรงเรียนก็ไม่เห็นเธอออกจากโรงเรียนด้วยค่ะ” เย่ซินเซี่ยพูดด้วยเสียงต่ำ
เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของเธอเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ โม่ฟ่านจึงตบไหล่เธอเบาๆ
“ในกรณีนี้ เธอเป็นคนสุดท้ายที่เห็นเธอ?” โม่ฟ่านถาม
“ใช่ค่ะ ตำรวจถามหนูหลายครั้งแล้ว แต่หนูรู้แค่นี้ค่ะ แต่ว่า…” เย่ซินเซี่ยก้มหน้าลง
“หลังจากออกจากห้องสมุด หนูได้กลิ่นแปลกๆ กลิ่นนี้คล้ายกับกลิ่นเหม็นเน่าที่มาจากที่ไหนสักแห่งในโรงอาหารของโรงเรียน แต่ห้องสมุดของเราอยู่ไกลจากโรงอาหารมาก และตอนนั้นหนูรู้สึกหนาวแปลกๆ เหมือนกับว่า…มีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองหนูอยู่ หนูกลัวมากเลยรีบออกจากที่นั่น” เย่ซินเซี่ยกล่าว
คิ้วของโม่ฟ่านขมวดเข้าหากัน เห็นได้ชัดว่าเธอเข้าใกล้กับอันตรายมาก!
“พี่โม่ฟ่าน ถ้าหนูไม่ออกมาเร็วกว่านี้…” เย่ซินเซี่ยดูเหมือนจะทำอะไรไม่ถูก
“ใช่ โชคดีที่เธอออกมาเร็ว ไม่งั้นเธออาจจะกลายเป็นเด็กผู้หญิงที่หายตัวไปก็ได้” โม่ฟ่านรู้สึกดีใจ
เย่ซินเซี่ยส่ายหัวและใช้เสียงที่ดูเหมือนเธอเท่านั้นที่จะได้ยินเพื่อตำหนิตัวเอง “หนูคิดว่าเป้าหมายแรกของสิ่งที่น่ากลัวนั้นคือหนู เพราะหนูรีบออกจากที่นั่น มันเลยหันความสนใจไปที่คนที่อยู่ข้างๆ หนู หลินยุนเอ๋อร์ หนู…หนูคว