ในวินาทีต่อมา กลุ่มนักเรียนเวทมนตร์ทั้งหมดก็กลายเป็นไก่ตื่นขณะที่พวกเขาเบียดเสียดและชนกันอย่างเร่งรีบเพื่อหนีพวกเขาทุกคนต่างโซซัดโซเซขณะวิ่งหนีออกจากถ้ำบนภูเขา
“เร็วเข้า! วิ่ง! ยังยืนบื้ออยู่ทำไม!?”จางเสี่ยวโหวหันไปมองเหออวี้ที่ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างๆโดยไม่พูดอะไรอีก เขาก็จับแขนของหญิงสาว
“ลม…ลม…เส้นทาง…แผ่น!”
จางเสี่ยวโหวพยายามร่ายเวทมนตร์ให้เสร็จอย่างไรก็ตาม ด้วยหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่งเขาจึงไม่สามารถร่ายเวทมนตร์ให้สำเร็จได้
ด้วยการฝึกฝนที่ผ่านมา เขาควรจะสามารถเชื่อมต่อเส้นทางดวงดาวได้อย่างเชี่ยวชาญแล้วจางเสี่ยวโหวคิดว่าเวทมนตร์เป็นสิ่งที่เขาจัดการได้อย่างง่ายดายแต่เมื่อเขาอยู่ห่างจากสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวเพียงยี่สิบเมตรเขาก็ตระหนักว่าทุกสิ่งที่เขาเรียนรู้มานั้นไร้สาระสิ้นดี!
ดวงดาวที่เคยเชื่อฟังก็หวาดกลัวเหมือนกวางป่าพวกมันหมุนวนอย่างอลหม่านภายในละอองดาวของเขาไม่มีนักเรียนคนใดสามารถร่ายเวทมนตร์ได้ในตอนนี้และแต่ละคนก็ทำตามสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐานและวิ่งไปยังทางออกของถ้ำ
“พี่ฟาน พี่ฟาน เร็วเข้า…วิ่ง!”จางเสี่ยวโหวดึงเหออวี้ที่แข็งทื่อและวิ่งไปยังทางออกของถ้ำ
ในขณะนี้ โม่ฟานก็ไม่ต่างจากนักเรียนคนอื่นๆ ที่กำลังวิ่งหนีคนที่กรีดร้อง ร้องไห้ และแม้แต่คนที่ฉี่ราดกางเกงต่างก็ปะปนกันไปหมดภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาก็เหมือนกันในแง่ที่ไม่สามารถรวบรวมสมาธิเพื่อร่ายเวทมนตร์ได้อย่า