ในไม่ช้า ฉู่โม่วก็มาถึงดาวดวงหนึ่งที่ลอยอยู่ท่ามกลางหมอกทมิฬ
นี่คือดาวเคราะห์ที่มีสีดำสนิททั้งดวงราวกับว่าได้ตายไปแล้ว พื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยดินสีดำโดยไม่มีสัญญาณของชีวิต มีเพียงโครงกระดูกมากมายนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดิน
และบนกองโครงกระดูกเหล่านั้น มีร่องรอยฟันกัดอยู่มากมาหลายรูปแบบ ราวกับพวกมันถูกสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดนับไม่ถ้วนกัดกินเข้าไป
นอกจากนั้น หมอกทมิฬบนดาวดวงนี้ยังเข้มข้นจนแทบจะเหมือนกับเมฆสีดำ เมื่อมองไปรอบ ๆ เมฆสีดำก็ปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง ทำให้ผู้คนต้องรู้สึกหมองหม่นอย่างถึงที่สุด
ฟู่…
ในตอนนั้นเอง สายลมแผ่วเบาก็พัดผ่านมายังฉู่โม่ว
เมื่อหมอกทมิฬหนาแน่นนั้นพัดปะทะ ร่างกายของฉู่โม่วก็ส่งเสียงแตกร้าว
ชายหนุ่มปกปิดมันด้วยพลังจิตวิญญาณ และหลังจากที่สัมผัสดูก็พบว่า มีสสารแปลกประหลาดบางอย่างอยู่ภายในหมอกทมิฬที่สามารถกัดกร่อนเนื้อหนังและจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตได้
แต่ไม่นาน เขาก็พบว่าเจตจำนงกระบี่สวรรค์ต้าหลัวที่ปกคลุมทั่วทั้งร่างกายก็เริ่มถูกกัดกร่อนในทันใด
“เป็นหมอกทมิฬที่ทรงพลังจริง ๆ!”
ฉู่โม่วประหลาดใจเล็กน้อย
กระบี่สวรรค์ต้าหลัวนั้นสูงส่งมาก แม้จะถูกสัมผัสโดยราชันย์เทวะยุทธ์ก็ยังเข้าใจได้ยาก
แต่ตอนนี้มันกำลังถูกหมอกทมิฬนี้กัดกร่อนอย่างช้า ๆ
ต้องรู้ด้วยว่าสถานที่แห่งนี้ยังเป็นแค่พื้นที่รอบนอกของทะเลไร้หวนคืน แต่ก็น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้แล้ว จึงจินตนาการได้ยากว่าสถานการณ์ข้างในทะเล