ขาจำเป็นต้องปล่อยชายคนนั้นไป มันทำให้เขาไม่สบายใจและกระทั่งรู้สึกเศร้าโศก
“มันคือความจริงของโลกใบนี้ครับ”
“มีแค่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถควบคุมดวงชะตาและปกป้องพรรคพวก เพื่อนพ้อง และครอบครัวของตัวเองได้”
“ท่านประมุขตระกูลไม่ต้องเศร้าไปหรอกครับ ถึงผมจะจากไปแล้ว มิตรภาพของผมกับตระกูลหนี่เค่อก็จะไม่ถูกลืมแน่นอนครับ ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้ในอนาคต ท่านก็ติดต่อมาหาผมได้เลย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผมก็จะมาช่วยเหลือเสมอ!”
ฉู่โม่วกล่าวปลอบใจ
หลังจากนั้น เขาก็พลิกข้อมือ หยิบจี้หยกที่ฝังร่องรอยพลังของเขาออกมา เมื่อมันถูกใช้ ชายหนุ่มก็จะได้รับสัญญาณทันที
เขามอบมันให้กับหนี่เค่อผิง
อีกฝ่ายรับจี้หยกไปด้วยสีหน้าสับสน เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ท้ายที่สุดก็แค่ถอนหายใจ “ดูแลตัวเองด้วยล่ะ!”
“ขอบคุณครับ ท่านประมุข”
ฉู่โม่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แล้วเขาก็ลุกขึ้นและกล่าวเสียงดังฟังชัด “หลังจากที่ผมออกไป ท่านประมุขก็กระจายข่าวได้เลยว่าผมออกเดินทางและไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลหนี่เค่ออีกต่อไปแล้ว… แบบนั้น ตระกูลหนี่เค่อก็จะไม่ถูกเผ่าพันธุ์เมดูซ่าเข้ามารุกราน”
หลังจากนั้น เขาก็กลับหลังหันและจากไปโดยไม่ลังเล
ส่วนหนี่เค่อผิงยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและยังไม่ได้สติกลับมาอีกพักใหญ่
หลังจากที่ผ่านไปเป็นเวลานาน
ชายชราคนหนึ่งก็เข้ามาและกล่าวด้วยความวิตกกังวล “ท่านประมุข คุณฉู่เพิ่งจะออกเดินทางไปและไม่บอกข้อมูลอะไรเลย เขาแค่