งเวลาเผยตัวออกมาแล้ว!”
ฉู่โม่วมองตรงไปยังจักรวาลเบื้องหลังและแผดเสียงดังลั่น
เมื่อเขาพูดจบ
ก็ไม่มีเสียงหรือร่างใด ๆ ปรากฏขึ้นในห้วงอากาศ
“จะไม่ออกมาเหรอ?”
ชายหนุ่มหัวเราะเยาะ เลือดและพลังอณูแห่งชีวิตในร่างกายพลุ่งพล่าน ทันใดนั้นเขาก็ฟาดฝ่ามือข้างหนึ่งออกไปในห้วงอากาศโดยไม่ลังเล
ครืน!
ห้วงอากาศสั่นสะท้านและพังทลายลง
ร่างหนึ่งกระเด็นออกมาพร้อมกระอักเลือดทันที
ร่างนั้นทรุดลงด้วยร่างกายอาบเลือดและสีหน้าเจ็บปวด แต่ก็ยังตกตะลึงมากยิ่งกว่า เขาอุทานออกมาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “แกหาตัวฉันเจอได้ยังไง?”
ฉู่โม่วไม่พูดอะไรแต่แค่หัวเราะร่วน
ไม่ว่าจะใช้กายาทวิเนตรหรือไม่ เขาก็มองผ่านภาพลวงตาได้ และด้วยพรสวรรค์แห่งห้วงมิติและห้วงเวลา ไม่มีกระแสห้วงมิติแปรปรวนใดหลบซ่อนไปจากสายตาของเขาได้
ดังนั้น เขาจึงรู้ดีตั้งแต่ออกมาจากที่พักของตระกูลหนี่เค่อแล้วว่ามีผู้ปลุกพลังแอบสะกดรอยตามตัวเองมา
เห็นได้ชัดว่า…
เขาคือคนที่เผ่าพันธุ์เมดูซ่าส่งมาคอยจับตามอง
‘พวกเขาอดทนไม่ไหว จนขนาดที่แผ่นศิลาวิถีสวรรค์หายไป พวกเขาก็ส่งผู้ปลุกพลังมาสะกดรอยตามฉันเลยงั้นหรอ?!’
‘เพราะกลัวว่าฉันจะหนีไปได้… อยากเห็นฉันตายขนาดนั้นเลยสินะ!?’
สายตาของฉู่โม่วแข็งกร้าวและเย็นยะเยือก จิตสังหารพลันก่อตัวขึ้นในหัวใจ