วัง”
เขาพูดออกมาด้วยความถ่อมตน แต่ก็แทรกไว้ด้วยความดูหมิ่นอยู่ลึก ๆ
จุดประสงค์การมาจริง ๆ ของเขา น่าจะเป็นเพราะเขาอดไม่ได้ที่เห็นฉู่โม่วเอาชนะอัจฉริยะมาได้ตลอดเก้าครั้งแล้วต่างหาก
“ไม่รู้ว่าจะทำให้ผิดหวังหรือเปล่า แต่ถ้านายไม่สู้ สิ่งนี้ก็จะเป็นปริศนาต่อไป”
ฉู่โม่วพูดตอบด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นเขาก็พูดต่อ “ในเมื่อนายมาหาฉันถึงที่แล้วเพื่อท้าประลอง เช่นนั้นก็อย่าพูดให้มากความแล้วเริ่มการประลองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้กันเถอะ”
พูดไปเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ยืนเอามือไพล่หลังไว้และแสดงสีหน้าสนใจออกมา เขาอยากจะเห็นว่าวิถีกระบี่ของตงฟางเหวินมีความประณีตขนาดไหน
อันที่จริง แม้ว่าความแข็งแกร่งของตงฟางเหวินนั้นจะไม่ใช่น้อย ๆ แต่ในสายตาของฉู่โม่ว มันก็ยังมีความห่างชั้นกันมากอยู่ระหว่างเขาและตงฟางเหวิน อย่างไรก็ตาม ทักษะวิชากระบี่ของเขามันเข้าตาชายหนุ่มจริง ๆ เขาอยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้
แต่แล้ว ในสายตาของตงฟางเหวิน ท่าทีของฉู่โม่วนั้นดูหยิ่งผยอง
ทันใดนั้น ความโกรธภายในใจของเขาก็ถูกจุดไฟขึ้นมา
“อวดดีจริง ๆ!”
แววตาของตงฟางเหวินเยือกเย็นอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่เคยคิดเลยว่าแขกผู้มีเกียรติของตระกูลหนี่เค่อนั้นจะหยิ่งได้ถึงเพียงนี้ ฉู่โม่วหยิ่งผยองเสียยิ่งกว่าเขาที่เป็นลูกชายคนโตของหอการค้าจูหยวน ผู้ที่เป็นอันดับเก้าของโลกใบนี้เสียด้วยซ้ำ
“ในเมื่อนายอยากจะเห็น งั้นก็ถ่างตามองไว้ให้ดี ๆ!”
ตงฟางเหวินแสยะ