่งราชวงศ์หมัวซากลับไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไป
เขาเหลือบมองไปยังเหล่าขุนนางอย่างไม่แยแสแล้วพูดด้วยเสียงเบา “อัจฉริยะล้วนแต่มีความหยิ่งผยองของตนเอง และด้วยพรสวรรค์ระดับเขา ต่อให้เขาไม่ไว้หน้าพวกเรา พวกเราจะทำอะไรได้? นายจะส่งคนไปตามล่าเขาหรือไง?”
พลันเมื่อพูดขึ้นมาเช่นนั้น ท่าทีของเหล่าขุนนางที่แสดงความไม่พอใจก่อนหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นนิ่งเงียบกันหมด
เห็นเช่นนั้น…
สีหน้าของจักรพรรดิแห่งหมัวซาก็คลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย เขาพูด “จำเอาไว้ว่าคนที่แข็งแกร่งระดับนั้น หากเขาเป็นมิตรกับพวกเรา ราชวงศ์หมัวซาจะสูงส่งขึ้น ในขณะเดียวกันถ้าเป็นมิตรไม่ได้ พวกเราก็เพียงแค่เสียโอกาส”
“แต่ตระหนักไว้ให้ดีว่า พวกเราห้ามเป็นศัตรูกับเขาเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเราจะไม่เหลืออะไรเลย!”
เขาพูดด้วยเสียงหนักแน่น
ไม่นานมานี้ เขาเพิ่งได้ยินข่าวถึงเรื่องที่ราชวงศ์จันทราสีเลือดไปมีปัญหาเข้ากับอัจฉริยะคนหนึ่ง
คู่กรณีของเขาเป็นเพียงมหาเทวะยุทธ์แต่กลับสังหารราชันย์เทวะยุทธ์ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวยังสามารถเข้าไปยังใจกางของเขตแดนลับที่ราชวงศ์จันทราสีเลือดครอบครองอยู่และชิงเอาสมบัติที่อยู่ภายในออกมาได้ด้วย มันทำให้ราชวงศ์จันทราสีเลือดนั้นเสียทั้งกำลังพลและทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
เหตุที่เกิดขึ้นนี้ตระหนักในใจของจักรพรรดิหมัวซาเอาเสียมาก ๆ
มันทำให้เขาเข้าใจอยู่ลึก ๆ
ว่าการเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งระดับนี้ หากรู้