ฉู่โม่วและเฉินซีเวยด้วยสีหน้าระอาใจ
“ฉันเคยคิดว่าอาจารย์หญิงจะมีสีหน้าเย็นชาตลอดเวลา แต่ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะมีมุมแบบนี้ด้วย”
หลี่โย่วเวยกล่าวด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
หลี่เสวียนจีที่อยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
เพราะในวันธรรมดา ขณะที่ฉู่โม่วยุ่งอยู่กับการสอนหรือตอบคำถามให้พวกเขา เฉินซีเวยมักจะมีท่าทางเย็นชาและไม่สุงสิงกับใคร จึงทำให้พวกเขาไม่คุ้นชินกับการแสดงออกเหล่านี้
ทว่าในวันนี้ ขณะที่พวกเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของชายหนุ่ม จึงรีบออกมาเพื่อจะทำความเคารพอาจารย์ แต่พวกเขาก็ต้องตกใจกับท่าทางของหญิงสาวที่เป็นภรรยาของอาจารย์
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นการแสดงออกของเฉินซีเวยเช่นนี้
ที่ด้านข้าง ศิษย์คนที่สามอย่างถงเซียนเฉินก็ค่อนข้างประหลาดใจเช่นกัน มิหนำซ้ำ เธอยังแอบรู้สึกอิจฉาด้วยซ้ำ
เธอชักสีหน้าเพียงชั่วครู่ แล้วจึงรีบเก็บอาการตัวเอง
ลูกศิษย์ทั้งสามกำลังเฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ แม้ฉู่โม่วจะเห็นพวกเขาแล้ว แต่ก็หาได้สนใจไม่ เขาเพียงสนุกกับช่วงเวลาอันอบอุ่นตรงหน้ากับเฉินซีเวย
ไม่เพียงเท่านั้น
หลังจากทั้งสองสนทนากันไปอีกสักพัก เมื่อผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในจ้องมองไปบนใบหน้าอันเย้ายวนใจของเฉินซีเวย ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มในใจทันที จึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ซีเวย ฉันบังเอิญไปพบวิชาบ่มเพาะบางอย่างในเขตแดนลับแห่งกาลเวลา ซึ่งมันสามารถใช้บ่มเพาะร่วมกันได้ เธอสนใจไหม?”
“วิชาบ่มเพาะอะไรเหรอ?”
เฉินซีเวย