ที่สุดก็ร่อนลงมาบนนิ้วของเข้านาย
พอเห็นฉากนี้พวกอาไต๋จึงได้รู้สึกโล่งใจ แต่พวกมันยังคงดูระแวดระวังและหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ในตอนนี้
แต่ระหว่างที่ฉู่โม่วเล่นกับไฉ่เตี๋ยต่อไป อาไต๋และเสี่ยวลวี่ก็ค่อย ๆ กล้าหาญมากขึ้น เข้าหาชายหนุ่ม และถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “นายท่าน นี่คืออะไรหรือ? ทำไมถึงสวยขนาดนี้กัน?”
อาไต๋มองดูด้วยปีกหลากสีสันของไฉ่เตี๋ยด้วยแววตาอิจฉาริษยา
ผีเสื้อกาลเวลานั้น
บนปีกหลากสีสันมีพลังแห่งกฎเกณฑ์ที่แข็งแกร่งสะท้อนอยู่ ทั้งยังมีกลิ่นอายอันทรงพลังของกาลเวลาที่แทรกซึม เรียกได้ว่าเป็นลูกรักสวรรค์ ทรงพลัง ว่องไว และงดงามจนถึงขีดสุด
เทียบกันแล้ว
มันเหมือนนกจรจัด
สิ่งนี้ทำให้อาไต๋รู้สึกต่ำต้อย
“นี่คือผีเสื้อแห่งกาลเวลาที่เกิดในสายธารแห่งกาลเวลาอันไกลโพ้น มีพลังที่ไม่ธรรมดา… แต่ในตอนนี้มันเป็นสัตว์เลี้ยงของฉัน และในอนาคตจะเป็นเหมือนกับพวกนาย!”
ฉู่โม่วแนะนำ จากนั้นเขาก็สั่งให้ไฉ่เตี๋ยติดต่ออาไต๋กับเสี่ยวลวี่ แต่ไม่รู้ว่าทำไม ทันทีที่ไฉ่เตี๋ยเข้าใกล้อาไต๋ ฝ่ายหลังก็ถอยห่างออกไปราวกับไม่ต้องการข้องแวะด้วย
ฝ่ายเสี่ยวลวี่นั้นไม่รังเกียจ แต่กลับใช้มือแตะปีกไฉ่เตี๋ยอย่างสงสัย แล้วขยับปลายนิ้วอย่างอยากรู้อยากเห็น ราวกับว่าเขาต้องการดูใกล้ ๆ
แต่ดูเหมือนไฉ่เตี๋ยจะรำคาญ มันจึงสะบัดปีกบินขึ้นไปในอากาศ
ไม่นานก็ดูเหมือนว่าไฉ่เตี๋ยจะพบเป้าหมายใหม่ มันตรงไปที่ต้นซากุระสวรรค์ พลางโบยบินไป