าอยู่จริง ๆ หรือเปล่า
แต่เมื่อบุคคลนั้นพูดชื่อของเขาโดยตรง ชายหนุ่มก็เข้าใจทันที
เทพสวรรค์คนนี้กำลังรอเขาอยู่!
ก็แค่…
‘เทพสวรรค์ผู้นี้คือใคร แล้วทำไมเขาถึงรอฉันอยู่กัน?’
ในใจของฉู่โม่วเต็มไปด้วยการครุ่นคิด
เมื่อคิดอย่างนี้แล้ว เขาจึงคำนับด้วยความเคารพและกล่าวว่า “ผมฉู่โม่ว ด้วยความเคารพนะครับ แต่ผมไม่รู้ว่า… เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า?”
“ไม่เคยพบกันมาก่อนเลย”
ท่านเทพสวรรค์ยิ้มและส่ายหัว
“แล้วทำไมท่านถึงรอผมอยู่?”
ฉู่โม่วถามอย่างสงสัย
“มันเป็นเพราะโชคชะตา”
ท่านเทพสวรรค์ยิ้มแล้วเอ่ย “เจ้าไม่ต้องถามเกี่ยวกับรายละเอียด ข้ารอเจ้าอยู่ที่นี่ก็เพียงเพื่อพบเจ้า และทิ้งสิ่งหนึ่งให้เจ้า ส่วนอย่างอื่น เจ้าไม่ต้องถาม หากจะถามถึงรอยประทับของข้า ข้อนี้ข้าก็ไม่รู้และตอบเจ้าไม่ได้”
“แต่…”
“เมื่อเติบโตขึ้น หมอกแห่งความสงสัยที่ปกคลุมดวงตาเจ้าจะหายไปเอง”
“ความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผยต่อสายตาเจ้าเช่นกัน”
ว่าแล้วเขาก็โบกมือ พลันเห็นเทพสวรรค์สองสามคนกำลังจับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล โดยผีเสื้อที่พวกเขากำลังไล่ตามถูกจับมาส่งให้ผู้ที่ดูจะเป็นคนใหญ่คนโตเบื้องหน้าทันที
ดูผีเสื้อตัวนี้แล้ว ใบหน้าของท่านเทพสวรรค์ก็แสดงความคิดถึง ราวกับว่าเขากำลังหวนนึกถึงอดีต
หลังจากเวลาผ่านไปนาน เขาก็ถอนหายใจ และพูดว่า “ช่างเถอะ ทุกอย่างจบลงแล้ว ขอมอบผีเสื้อตัวนี้ให้เจ้าเป็นของขวัญ ข้าหวังว่าเจ้าจะดูแลมันเป็นอย่างดีและใช้มันอย่างเหมาะ