อยยิ้มจาง ๆ ออกมา เห็นได้ชัดว่าเข้าค้นพบบางอย่าง
“น่าสนใจดีนี่”
เทพสวรรค์ในชุดสีขาวหัวเราะเบา ๆ และพูดกับตัวเอง “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้”
“แต่ด้วยพละกำลังของเจ้าในตอนนี้ เรื่องนี้ยังเหนือกว่าที่เจ้าจะสืบค้นได้”
เมื่อพูดจบ…
เขาก็โบกมือเบา ๆ แล้วภาพทั้งหมดก็แตกสลายลง ฉู่โม่วรู้สึกราวกับว่าถูกอะไรบางอย่างผลักและถูกบังคับให้ออกมาจากสายธารแห่งกาลเวลาทันที
ตูม!
สายธารแห่งกาลเวลานั้นซ่อนอยู่ในห้วงอากาศ
ฉู่โม่วนั่งลงในห้องโถงด้วยสีหน้าซีดเผือดหัวใจพลุ่งพล่าน
เขาไม่คาดคิดเลยว่า
เทพสวรรค์ที่ห่างไกลไปจากที่นี่ถึงนับปีไม่ถ้วนจะสามารถสัมผัสได้ถึงรัศมีของเขา และบังคับให้เขากลับออกมาจากสายธารแห่งกาลเวลาได้
นี่มันวิธีการแบบไหนกัน?
พลังแบบไหนกันที่ส่งผลต่อกาลเวลาได้ขนาดนี้?
แม้แต่ฉู่โม่วก็ไม่อาจทำใจเชื่อได้อยู่ครู่หนึ่ง ความคิดของเขาว่างเปล่าจนไม่สามารถคิดอะไรได้
หลังจากที่ผ่านไปเป็นเวลานาน เขาก็ได้สติกลับมา
ทันใดนั้น…
เขาก็นึกถึงสิ่งที่เทพสวรรค์ชุดขาวพูดเอาไว้
‘ตอนที่เขาพูดเหมือนว่าเขาจะเห็นตัวฉันหรือรู้ระดับพลังของฉัน ไม่งั้นเขาคงไม่พูดว่าฉันโตมาถึงขั้นนี้แล้ว’
‘แต่ทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลยสักนิดล่ะ?’
‘เขา… เป็นใครที่ไหนกัน?’
ฉู่โม่วครุ่นคิดอย่างหนัก
ทันใดนั้นเอง
แสงจิตวิญญาณก็ปรากฏขึ้น แล้วร่างร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความคิดของชายหนุ่ม
บนดาวเคราะห์ร้างทิศบูรพาที่ฉู่โม่วเข้าไป