ละได้รับสมบัติภายในนั้น เราก็จะสามารถระบุตัวตนของเขาในฐานะทูตได้เช่นกัน!”
“และเมื่อถึงเวลานั้น…”
หลังจากพูดถึงตรงนี้ เสียงของนักบวชก็แผ่วเบาลง
กู่จาอยากรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปในเวลานั้น แต่นักบวชไม่ได้ตอบอะไรใด ๆ และเพียงจ้องมองไปที่บนกำแพงหินอย่างเหม่อลอย
เมื่อเห็นแบบนั้น
กู่จาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องระงับความหงุดหงิดในใจลงไป และจ้องมองไปที่กำแพงหิน
เขาเพิ่งได้ยินข้อมูลอันน่าตกใจจากปากของนักบวช จนทำให้อารมณ์แปรปรวนอย่างมาก แต่กลับต้องมาระงับไว้ชั่วเวลาหนึ่ง
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น
แม้แต่สมาชิกคนอื่น ๆ ในกลุ่มก็ยังกระสับกระส่ายและมึนงงในขณะนี้
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของนักบวชมีผลกระทบต่อพวกเขาอย่างมาก
…
ภายในหมอกดำ
ฉู่โม่วยังคงเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
ระหว่างทางชายหนุ่มไม่พบเจอสัตว์อสูรเทพโบราณสักตน แต่กลับรู้สึกว่าถูกสอดแนมอย่างไม่คลาดสายตา และยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อเวลาผ่านไป
ในขณะนี้ ฉู่โม่วมั่นใจว่ากลุ่มสัตว์อสูรเทพโบราณเหล่านี้กำลังสอดแนมเขาอย่างลับ ๆ
โดยจุดประสงค์ของพวกเขาคงอยากจะยืนยันอะไรบางอย่าง จากนั้นค่อยตัดสินว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป
‘ดังนั้น…’
‘ช่วงเวลานี้ ก่อนที่พวกเขาจะได้ข้อสรุปและยังไม่ดำเนินการใด ๆ กับฉัน ฉันก็จะเดินสำรวจไปรอบ ๆ หรือแม้แต่ตรงไปที่เขตต้องห้ามของพวกเขา แต่หากฉันเข้าไปในเขตต้องห้ามแล้วพวกเขายังไม่ออกมาหยุดฉันละก็?’
‘แน่นอนว่าคงมีเหตุผลอื่นอ