ายขึ้นในแดนสวรรค์ และพวกเราไม่ได้รับรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง และรู้เพียงว่าหลังจากเกิดความวุ่นวายนั้น แดนสวรรค์ก็ถูกทำลายแตกเป็นเสี่ยง ๆ และเผ่าพันธุ์เซียนสวรรค์ก็หายไปทีละคน ในภายหลังได้มีทูตจากเผ่าพันธุ์เซียนสวรรค์ถูกส่งมาให้อาศัยอยู่ในโลกนี้ ได้บอกไว้ว่าหากมีโอกาสในอนาคต สักวันเราจะได้พบกันอีก”
“แต่น่าเสียดายที่ตั้งแต่นั้นมา เผ่าของเราก็ไม่เคยพบเจอกับทูตของเผ่าพันธุ์เซียนสวรรค์อีกเลย!”
“หลายปีผ่านมา บรรพชนของเราได้ล่วงลับจากรุ่นสู่รุ่น เผ่าของเราได้เติบโตที่นี่ และประวัติศาสตร์ทั้งหมดก็ถูกกลบฝังไว้ มีเพียงปุโรหิตเท่านั้นที่สามารถรับรู้มันได้ และมีเพียงนักบวชเท่านั้นที่ได้ถือครองตราหยกนี้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้
นักบวชจึงอดไม่ได้ที่จะมองดูตราหยกทองคำในฝ่ามือ ด้วยสายตาที่เคารพและยำเกรง “ตามการสืบต่อของนักบวช ตราหยกนี้ได้ถูกส่งมอบจากเผ่าพันธุ์เซียนสวรรค์ ซึ่งมีพลังเหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่สามารถปิดผนึกสวรรค์และโลก รวมถึงปกครองเหล่าภูตผีและเทพสวรรค์ได้”
“ภายใต้การปกครองนั้น จะสามารถเคลื่อนดวงดารา บัญชาเหล่าสรรพสัตว์ให้เชื่อฟัง ไม่มีใครกล้าขัดขืน มิฉะนั้นจะถูกทัณฑ์สายฟ้าลงโทษ เรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง”
“อย่างไรก็ตาม…”
“เนื่องจากเผ่าพันธุ์เซียนสวรรค์ไม่ได้ปรากฏตัวมาเป็นเวลานานแล้ว อีกทั้งพลังที่มีอยู่ในตราประทับหยกก็ค่อย ๆ ถดถอยลงไปเช่นกัน…จนถึงตอนนี้ มันจึงกลายเป็นเพียงเ