งรีบออกเดินทางทันที!”
“ด้วยเหตุนี้ แม้ต้องสละซึ่งทุกสิ่งก็อย่าได้ลังเล!”
“ตำนานอาจต้องจบลงเพียงเท่านี้ แต่มันจะไม่มีวันจบสิ้นแน่นอน… เทพสวรรค์จะกลับมาอีก!”
ในที่สุด
ชายชราก็ฉีกคัมภีร์ทั้งหมดเสร็จสิ้น เขาจ้องมองไปยังจุดแสงที่ล่องลอยเต็มท้องฟ้าและบ่นพึมพำกับตัวเอง
เวลาถัดมา ฉากตรงหน้าก็พลันเปลี่ยนไปอีกครั้ง โดยมีชายชรากำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้า
พร้อมกับร่างคนอีกจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังบินตามไป
พวกเขาสวมอาภรณ์เกราะเต็มยศ ซึ่งแต่ละคนก็แผ่กลิ่นอายที่กว้างใหญ่ แม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเทียบได้กับมหาเทวะยุทธ์
แต่ในขณะนี้
คนเหล่านี้กลับมีสีหน้าที่หนักอึ้งและโศกเศร้า ราวกับพวกเขาได้ประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่มา
ท่ามกลางผู้คน ฉู่โม่วเห็นชายชราเครายาวที่สวมอาภรณ์สีมรกตกำลังควบวัวเหาะไป
หรือชายผู้สง่าผ่าเผยที่สะพายกระบี่คมกริบไว้ด้านหลัง ทั้งตัวของเขามีกลิ่นอายแห่งการสังหารขั้นสูงสุด
มีชายวัยกลางคนที่มีท่าทางสง่างาม เขาแบกโซ่ตรวนไว้บนหลัง กำลังถือม้วนคัมภีร์และยืนเอามือไพล่หลัง
ยังมีชายหนุ่มที่มีสามพักตร์หกกร คิ้วสีแดงระเรื่อ ยืนบนกงล้อเพลิงวายุคู่หนึ่ง และในมือถือหอกยาว
มีชายหนุ่มกล้าหาญรูปร่างสมส่วน ท่วงท่าองอาจ มีตาดวงหนึ่งอยู่ระหว่างคิ้วของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น…
ในมุมมองของฉู่โม่ว ยังมีอีกหลายคนที่เขารู้สึกคุ้นเคย
“ไปกันเถอะ!”
“ที่นี่ไม่เหมาะกับพวกเราแล้ว!”
“เราจะไปหาดินแดนแห่งใหม่เพื่อส