ั้น ๆ อารยธรรมทั้งหมดจึงสาบสูญไป และเหตุการณ์ในอดีตเหล่านั้นก็ได้ถูกปิดผนึกไว้ด้วยเช่นกัน
ฉู่โม่วพบเงื่อนงำมากมาย จึงออกค้นหาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่สามารถขุดคุ้ยข้อมูลได้
แต่ด้วยความสามารถใหม่นี้ เขาจะสามารถใช้มันเพื่อตรวจสอบ และอาจค้นพบเบาะแสที่เป็นประโยชน์ได้แล้ว
เมื่อคิดได้แบบนั้น
ชายหนุ่มจึงหยิบแผ่นศิลาที่เคยพบจากดินแดนลับสุสานราชวงศ์อินออกมาจากมิติพกพาทันที
เมื่อเอาออกมา ชายหนุ่มก็รีบจ้องไปที่มัน
เขายังคงรู้สึกได้ถึงความเรียบง่ายที่บรรจุอยู่ภายในแผ่นศิลานี้ นอกจากนั้นยังสามารถรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่เขาไม่เคยตรวจสอบพบมาก่อน
นั่นคือ…
ความกว้างใหญ่!
มันกว้างใหญ่ราวกับหลุมลึกอเวจี และหากลองมองมันดี ๆ ก็จะรู้สึกได้ว่ามันเคยเป็นสักขีพยานของช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้คนจมอยู่ในภวังค์ได้โดยไม่รู้ตัว
“แผ่นศิลานี้…”
ฉู่โม่วรู้สึกตกใจ
เดิมทีเมื่อเห็นแผ่นศิลาแตกหักนี้เป็นครั้งแรก เขาไม่เคยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอื่นใดนอกจากความเก่าแก่ แต่ตอนนี้เมื่อความแข็งแกร่งเขาเพิ่มขึ้น จึงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าแผ่นศิลานี้น่ากลัวอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
“เกิดอะไรขึ้นกับดาวเคราะห์สีน้ำเงินในตอนนั้นกันแน่!”
“ทำไมอารยธรรมในอดีตเหล่านั้นถึงสาบสูญไปราวกับเป็นเถ้าธุลีของกาลเวลา”
ฉู่โม่วครุ่นคิดกับตัวเอง
ด้วยอารมณ์ในใจเช่นนี้ เขาจึงตัดสินใจเปิดใช้งานพรสวรรค์ห้วงเวลาระดับศักดิ์