แก่และทรงพลัง ซึ่งเพียงกลิ่นอายจากแห่งเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ฉู่โม่วตกใจ แต่มันกลับมีจำนวนนับไม่ถ้วน
“นี่คือ… มุมมองจากแผ่นศิลา!”
ฉู่โม่วพลันรู้สึกตัว
จากนั้นจึงตั้งใจเฝ้าดูอย่างไม่คลาดสายตา
โดยเวลาไหลผ่านไปอย่างช้า ๆ และไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน
ทันใดนั้น
ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงถอนหายใจจากใครสักคน
เสียงนั้นไม่ดังมาก อาจเรียกได้ว่าไม่ได้ยินด้วยซ้ำ แต่ชายหนุ่มกลับได้ยินอย่างชัดเจน ราวกับมันได้ถ่ายทอดผ่านสายธารกาลเวลาอันยาวนานมายังโลกปัจจุบัน
ในเวลาต่อมา
ฉู่โม่วก็สังเกตเห็นว่ามีชายชราในชุดคลุมสีดำกำลังคุกเข่าอยู่หน้าวิหาร
พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่สว่างไสวบนท้องฟ้า โดยเบื้องหน้าเขาคือตำราเล่มหนาและแผ่นหยก
ชายหนุ่มไม่เห็นเขาเคลื่อนไหวใด ๆ
แต่หน้าคัมภีร์และแผ่นหยกเหล่านั้นกลับถูกเปิดเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผยให้เห็นอักขระสีทองชุดหนึ่ง
ด้วยการกระทำนั้น เขาพลันได้ยินน้ำเสียงอันเก่าแก่ที่ดังต่อเนื่องอย่างแจ่มชัด บ้างก็เหมือนเสียงกระซิบ บ้างก็ตะโกน หรือบ้างที่ดูเหมือนบ่นพึมพำอยู่กับตัวเอง…และอื่น ๆ
แม้เสียงเหล่านี้จะเป็นภาษาที่ฉู่โม่วคุ้นเคย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เขาไม่สามารถเข้าใจความหมายของมันได้เลย
และในขณะนั้นเอง
จู่ ๆ ชายชราก็โบกมือเสกกองคัมภีร์สีทองให้ปรากฏขึ้นบนมือ เขามองดูมันพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพราก “ผิด ผิด…ผิดทั้งหมด!”
“ทั้งหมดนี้… มันผิดหมด!”
เมื่อพูดจบ
เขาก็ฉีก