ักเหตุผลที่ว่าอาศัยช่วงที่อีกฝ่ายพลาดท่า ฉวยโอกาสเอาชีวิต
ดังนั้น เขาจึงยังคงใช้เพลิงเทวะบรรพกาลโจมตีใส่สัตว์อสูร
บีบให้มันต้องเป็นฝ่ายป้องกันต่อไป
ด้วยวิธีนี้ สัตว์อสูรจึงถูกขับหมอกทมิฬออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ และเนื่องจากการเผาไหม้ของเพลิงเทวะเช่นเปลวเพลิงวิหคทองคำ มันจึงไม่สามารถเติมพลังได้ และพละกำลังของมันก็อ่อนแอลง
เพียงชั่วพริบตา หลายวันก็ได้ผ่านไป
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉู่โม่วได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวนี้ พวกเขาทำลายเขตแดนลับนี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทั้งนี้เป็นเพราะอยู่ในเขตแดนลับเช่นกัน
ถ้าอยู่ข้างนอก น่ากลัวว่ากาแล็กซีหลายสิบแห่งคงได้ถูกทำลายไปแล้ว!
และหลังจากต่อสู้มาหลายวัน ความสำเร็จของฉู่โม่วก็น่าทึ่งมากเช่นกัน
สัตว์อสูรตัวนี้มาถึงจุดที่อ่อนแออย่างมาก และความแข็งแกร่งของมันก็ลดลงมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
แม้ว่ามันจะยังอยู่ในระดับเดียวกับขั้นมหาเทวะยุทธ์ แต่เมื่อฉู่โม่วเหวี่ยงกระบี่ใส่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับมันก็เพิ่มขึ้นมหาศาล!
ทุกครั้งที่คมกระบี่กรีด มันไม่ใช่รอยที่เบาและตื้นอีกต่อไป แต่สามารถกรีดลึกได้หลายสิบเมตร!
แม้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะมีร่างกายใหญ่โต แต่ความลึกแปดสิบถึงเก้าสิบเมตรนั้นไม่ใช่บาดแผลเล็ก ๆ ที่เพิกเฉยได้ ทุกครั้งที่เกิดแผล มันจึงต้องใช้หมอกทมิฬเพื่อฟื้นฟู
นอกจากนี้ การใช้ไฟเผาอย่างต่อเนื่องของชายหนุ่มยังทำให้มันไม่สามารถเติมพลังได้
ความเร็วที่มันอ่อนกำลั