ยหนุ่มปล่อยเจ้านกซื่อบื้อออกมาและออกตามหาสมบัติอีกครั้ง
ช่วงเวลาต่อจากนั้น
ด้วยการนำทางของนกล่าสมบัติ ชายหนุ่มก็ค้นพบสมบัติที่มีแก่นพลังห้วงเวลาเป็นจำนวนมาก แต่เขาก็ไม่พบศิลาโชคชะตาอีกเลย เมื่อเวลากว่าครึ่งเดือนผ่านพ้นไป กฎเกณฑ์มายาของเขาจึงไปถึงได้แค่ 69% และไม่ถึง 70% เสียด้วยซ้ำ
และพัฒนาการของพรสวรรค์ก็ไม่น่าพึงพอใจนัก
แต่ฉู่โม่วก็ยังไม่ท้อถอย
แม้ว่าความเร็วในการพัฒนาจะช้าลงมากเพราะไม่สามารถตามหาศิลาโชคชะตามาเพิ่มได้ แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว มันก็ยังรวดเร็วกว่าการฝึกฝนในโลกภายนอกมาก
ในวันนี้
ฉู่โม่วยังคงค้นหาสมบัติเช่นเคย เขาเพิ่งจะสังหารสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งและได้รับสมบัติที่มันปกป้องเอาไว้มา เขากำลังจะดูดซับมันเข้าไป แต่แล้วก็สัมผัสได้ถึงความร้อนจาง ๆ จากกำไลบนข้อมือ
“นี่มัน…”
“ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ขอความช่วยเหลือเหรอ?”
เขาตะลึงงัน
กำไลนี้คือสมบัติที่ตำหนักบรรพชนมอบให้กับเขาก่อนที่จะเข้ามาในเขตแดนลับ แค่ใส่อณูแห่งชีวิตเข้าไปเล็กน้อยก็จะเชื่อมต่อกับกำไลอื่น ๆ และในขณะเดียวกันก็สามารถระบุตำแหน่งและระยะห่างคร่าว ๆ ได้อีกด้วย
ด้วยวิธีนี้ ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ในเขตแดนลับก็สามารถขอความช่วยเหลือจากกันและกันในยามอันตรายได้
“ทิศใต้!”
“ไกลจากที่นี่หน่อย แต่ถ้าใช้ความเร็วสูงสุดก็จะไปถึงภายในครึ่งชั่วโมง!”
ฉู่โม่วพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพุ่งตัวออกไปทันที
อย่างไรแล้ว เขาก็คือผู้ปลุกพลังจ