้อาวุโสคนนี้ ฉู่โม่วสามารถรู้สึกได้ว่าความลับของมนุษย์โบราณดาวเคราะห์สีน้ำเงินนั้นยิ่งใหญ่มากจนชายหนุ่มไม่สามารถจินตนาการได้
ยิ่งกว่านั้น
ผู้อาวุโสที่อยู่ต่อหน้าเขาคือมหาเทวะยุทธ์
ทว่า แม้จะเป็นผู้ปลุกพลังขั้นนี้แล้วก็ยังไม่สามารถตามหาพบ ตรงกันข้าม เขาเสียชีวิตลงท่ามกลางความลึกลับเหล่านี้ และจนกระทั่งจะเสียชีวิต ก็ยังไม่สามารถรับรู้ความจริงใด ๆ ได้
‘ดาวเคราะห์สีน้ำเงินซ่อนความลับไว้กี่อย่างกัน?’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
แต่เขาไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก
ถ้ายังคิดไม่ได้ก็อย่าเพิ่งคิดมากไป ค่อย ๆ เพิ่มพลัง เมื่อระดับของเขาเพิ่มขึ้น วันหนึ่งในอนาคตเขาจะสามารถสัมผัสความลับที่แท้จริงได้
คิดแล้ว เขาก็สูดลมหายใจและปัดความคิดเหล่านั้นออกจากใจ
เวลาต่อมา เขาก็มายังแท่นหิน ก่อนทำการกดลงไปทันทีโดยไม่ลังเล
ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ตำหนักทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นกระเบื้องปูพื้นของตำหนักก็แตกเป็นช่องว่าง จากนั้นหอคอยพีระมิดก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากที่นั่น
หอคอยพีระมิดนี้ไม่ใหญ่มากนัก
แต่สูงกว่าสามเมตร
มันเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เจิดจ้า และรัศมีเต๋าอันกว้างใหญ่และเรียบง่ายที่เล็ดลอดลงมาจากเบื้องบน ซึ่งมีจังหวะและกฎของเต๋าที่แข็งแกร่ง ราวกับว่ามันได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอดีตกาลจนถึงปัจจุบัน
ในความเป็นจริง หอคอยพีระมิดนี้ไม่ได้มีประวัติศาสตร์สืบทอดยาวนานอะไร แต่ก็คล้าย ๆ อยู่บ้าง