งเราพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วยังมีโอกาสที่จะก้าวไปได้ไกลขึ้นด้วย!”
“ไม่น่าล่ะ บรรพชนหมัวถึงบอกว่าเผ่าสิงห์ดำคลั่งไม่กล้าโจมตีอีกแล้ว พวกเขาคงได้ยินเรื่องนี้และคิดจะเปลี่ยนกลยุทธ์แน่!”
“ฉันว่าคงถึงเวลาโจมตีเผ่าสิงห์ดำคลั่งแล้วละ พวกเราใช้โอกาสนี้ล้มพวกมันในทีเดียวไปเลย!”
“เยี่ยมเลย!”
มหาเทวะยุทธ์ทุกคนต่างก็ยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น
เดิมทีพวกเขาต่อสู้กันอยู่ที่นี่ด้วยความเป็นห่วงมหาเทวะยุทธ์ปู้เมี่ย ลึก ๆ ข้างในจิตใจ พวกเขากลัวว่าจะได้รับรายงานว่าเผ่ามนุษย์วิหคบุกฝ่าแนวป้องกันเข้ามาในอาณาเขตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้สำเร็จ
แต่ตอนนี้ เงามืดในใจนั้นก็จางหายไปจนหมดแล้ว
ชัยชนะอยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว!
จะไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นได้อย่างไรกัน?!
มหาเทวะยุทธ์มากมายเสนอให้ออกคำสั่งโจมตีต่อไปเพื่อกักขังเผ่าสิงห์ดำคลั่งไว้ที่นี่ แล้วพวกเขาก็ใช้โอกาสนี้โจมตีกลับไปยังฝ่ายเผ่าสิงห์ดำคลั่ง แล้วจึงยึดครองพวกเขามาอยู่ใต้การควบคุม
ข้อเสนอนี้ทำให้ผู้คนมากมายสนใจ
แต่… ก็มีข้อโต้แย้งด้วยเช่นกัน
บรรพชนขั้นมหาเทวะยุทธ์คนหนึ่งผู้มีก้อนเมฆอยู่บนศีรษะและมีอักขระลึกลับวิ่งอยู่รอบร่างกายเอ่ยขึ้น “ถึงเผ่าสิงห์ดำคลั่งจะตื่นตระหนก พวกเขาก็ยังพอมีพละกำลังอยู่ ถ้าเราห้อมล้อมและกดดันพวกเขา อีกฝ่ายต้องโจมตีกลับมาอย่างรุนแรงแน่ ท้ายที่สุด ถึงจะฆ่าได้ก็คงจะต้องเสียหายหนักแน่!”
“ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าสิงห์ดำคลั่งยังอยู่ห่างไกลจาก