!”
เมื่อพูดจบ เขาก็ยื่นสิ่งนั้นให้กับชายหนุ่มและกล่าว “ตอนนี้สมบัตินี้เป็นของนายแล้ว บางทีนายอาจจะพบความลับในหินหมึกนี้ก็ได้”
ฉู่โม่วไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด…
เขามีข้อสงสัยเกี่ยวกับหินหมึกนี้มากมายและอยากจะศึกษามัน
เขาจึงรับมันมาทันที
แล้วบรรพชนหมัวก็พูดต่อ “นอกจากหินหมึกนี้แล้ว สมบัติกาลเวลาที่เหลืออยู่ในตำหนักบรรพชนจะถูกส่งไปให้นายทีหลัง โดยเฉพาะสมบัติที่จะช่วยให้นายพัฒนาความเข้าใจในกาลเวลาจนเข้าสู่ขั้นกฎเกณฑ์มายา!”
“ขอบคุณมาก บรรพชนหมัว!”
ฉู่โม่วกล่าวขอบคุณ
“ฉันสิต้องขอบคุณ นายสมควรได้รับมันแล้วละ!”
บรรพชนหมัวส่งยิ้มให้
หลังจากนั้น ทั้งสองก็พูดคุยกันเล็กน้อย ระหว่างนั้น ชายชราก็แนะนำฉู่โม่วให้บรรพชนอีกสามคนได้รู้จัก ทำให้ชายหนุ่มได้รู้จักตัวตนและชื่อเสียงเรียงนามของพวกเขาไปด้วย
บรรพชนทั้งสามเคยแยกตัวไปอาศัยอยู่อย่างสันโดษมาก่อน และเมื่อกลับออกมา พวกเขาก็ได้รู้เรื่องที่อัจฉริยะอย่างฉู่โม่วปรากฏตัวขึ้นในเผ่าพันธุ์มนุษย์และเกิดข้อสงสัยมากมาย
หลังจากที่พูดคุยกัน ทั้งสามก็ชื่นชมในตัวผู้ดูแลหอสัจธรรมเป็นอย่างมาก และพูดคุยอย่างเป็นมิตร
…
หลังจากพวกเขาพูดคุยกันในคฤหาสน์กว่าหลายชั่วโมง บรรพชนทั้งหลายก็เริ่มหมดความสนใจ พวกเขาเพิ่งจะได้รับสมบัติอย่างประตูสวรรค์แห่งการพิพากษามา และรอที่จะกลับไปยังตำหนักบรรพชนเพื่อตรวจสอบมันไม่ไหวแล้ว
ฉู่โม่วจึงไม่รั้งพวกเขาเอาไว้ และกล่าวลาด้วยความนอบน้อม
เมื่อเ