ห็นบรรพชนทั้งเจ็ดเปิดรอยแยกห้วงมิติออก ชายหนุ่มก็มองดูรัศมีของพวกเขาจางหายไปจนหมด
“เฮ้อ…”
หลังจากที่ถอนหายใจ ฉู่โม่วก็พึมพำกับตัวเอง “ทุกอย่างจบสักที ได้เวลาฝึกฝนและก้าวเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์แล้ว!”
เป็นเวลานานแล้วตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่ขั้นเทียมเทพ
ตอนนี้เมื่อเขามีพื้นฐานพลังมากพอที่จะเลื่อนขั้นแล้ว เขาแค่จำเป็นต้องพัฒนาความเข้าใจพรสวรรค์ทั้งหลายให้ไปถึงขั้นกฎเกณฑ์มายา แล้วเขาก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์ได้สำเร็จ
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็ส่งข้อความเสียงไปหาหลี่โย่วเวย บอกเธอว่าเขาจะเก็บตัวฝึกฝนเป็นเวลาสักพักหนึ่ง แล้วจึงทิ้งข้อความไว้ให้เฉินซีเวย หลังจากที่จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย ฉู่โม่วก็เดินเข้าไปในห้องเงียบสงบและเริ่มฝึกฝน
…
ข้างในห้องเงียบสงบ…
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิลง
การจะพัฒนาจากขั้นเทียมเทพเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์นั้น ผู้ปลุกพลังจำเป็นต้องมีพละกำลังกายที่มากพอ และยังจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงร่างกายให้มีเลือดศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย หลังจากนั้นจึงจะสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์และกำจัดความเป็นมนุษย์ออกไปได้
และในเงื่อนไขทั้งหมดนั้น นอกจากพลังกายที่ไม่เพียงพอแล้ว เขาก็มีทุกอย่างเพียบพร้อม
ส่วนพลังกายนั้น สำหรับฉู่โม่วผู้มีพรสวรรค์ห้วงเวลาแล้ว ชายหนุ่มยังมีความสามารถในการเร่งเวลาอีกด้วย ตราบใดที่มีทรัพยากรในการฝึกฝนเพียงพอ เขาก็สามารถเพิ่มพลังกายได้ภายในเวลาไม่นานและไม่ยุ่งยากเลย
ปัญหาเดียว