ของชายหนุ่มในตอนนี้คือ
เขาจะเพิ่มพื้นฐานพลังให้มากที่สุดก่อนจะเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์ได้อย่างไร
นั่นก็คือความหมายอันลึกซึ้งแห่งกาลเวลา!
ตอนที่อยู่ในขั้นเทียมเทพ ยิ่งมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งมากเท่าไรก็จะยิ่งทรงพลังเท่านั้น และเมื่อเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์ พลังกายพื้นฐานก็จะยิ่งสูงขึ้นไปด้วย แต่เทวะยุทธ์ส่วนมากมักรอที่จะฝึกฝนพรสวรรค์ให้ถึงขั้นกฎเกณฑ์มายาไม่ไหว ทำให้มีพละกำลังธรรมดาทั่วไปที่สุด
ที่ดีกว่าเล็กน้อยก็คือมีสองถึงสามพรสวรรค์ในขั้นกฎเกณฑ์มายา ก็จะเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ
หากมีมากกว่านั้นก็จะถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งแห่งสวรรค์!
ส่วนฉู่โม่วนั้นมีพรสวรรค์ธาตุครบทั้งหมดเก้าชนิด ประกอบกับพรสวรรค์ห้วงเวลาและห้วงมิติ เพียงเท่านี้ก็มีถึงสิบเอ็ดชนิดแล้ว หากทั้งหมดถูกพัฒนาถึงขั้นกฎเกณฑ์มายา เมื่อก้าวเข้าสู่ขั้นเทวะยุทธ์ พละกำลังของเขาก็จะทะยานขั้นไปจนถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
นี่…
คือสิ่งที่ฉู่โม่วตั้งตารอ!
“พรสวรรค์แห่งห้วงมิติอยู่ในขั้นกฎเกณฑ์มายาแล้ว ถ้างั้นก็ศึกษาความลับแห่งกาลเวลาก่อนดีกว่า!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
หลังจากนั้น
เขาก็หยิบดอกบัวกาลเวลาที่เพิ่งจะได้รับออกมา
เมื่อเปิดกล่องหยกออกมา ดอกบัวหลากสีสันก็ปรากฏตัว รัศมีและลำแสงไร้ที่สิ้นสุดส่องสว่างจ้าและสะท้อนไปทั่วทั้งห้องเงียบสงบ ขณะที่รัศมีแห่งกาลเวลาแผ่ซ่าน ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในยุคสมัยโบราณ
เมื่อดอกบัวกาลเวลา